%E0%B8%89%E0%B8%B5%E0%B8%94%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%88%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%A1+%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1+web

ฉีดไหมเสริมจมูกดีไหม ไม่อยากศัลยกรรม หรือเสริมซิลิโคนดี อย่างที่รู้กันว่าจมูกถือเป็นจุดเปลี่ยนของใบหน้า ถ้าหากจมูกแย่แล้วนั้น จากคนหน้าตาดีๆ ก็อาจจะแย่ได้เหมือนกัน ฉะนั้นหากอยากจะเสริมจมูก สาวๆก็คงเป็นกังวลกันอยู่ไม่น้อย แถมเดี๋ยวนี้ยังมีนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเสริมแบบซิลิโคน, การฉีดไขมัน ,การฉีดฟิลเลอร์ หรือการฉีดไหมจมูกที่ไม่ต้องผ่าตัด

แล้วจะเลือกแบบไหนดีล่ะ?

ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบรูปหน้าของทางวลีรัตน์คลีนิก จะแนะนำเกี่ยวกับนวัตกรรมต่างๆที่ใช้ในการเสริมจมูก ไม่ว่าจะเป็น การเสริมด้วยการทำศัลยกรรมแบบซิลิโคน , การฉีดฟิลเลอร์, การฉีดไขมัน , และการร้อยไหมที่กำลังได้รับความนิยม ว่ามีข้อดีและเหมาะกับใครบ้าง

%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%88%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%81?format=original

 

การเสริมจมูกด้วยซิลิโคน หรือการเสริมด้วยซิลิโคนที่ทำมาจากสารประกอบพอลิเมอร์ ที่หมอจะผ่าตัดเข้าไปในจมูกของเรา โดยการผ่าตัดสามารถเลือกแบบเปิดซึ่งค่อนข้างง่าย หรือจะเลือกแบบซ่อนแผล ก็ขึ้นอยู่กับความชำนาญของแพทย์ที่ทำ

ซิลิโคนมีทั้งแบบสำเร็จรูปและแบบทำขึ้นมาใหม่ตามรูปหน้าของคนไข้โดยเฉพาะ หลังทำต้องพักฟื้น 3 -7 วัน อาจจะมีอาการบวมและช้ำ

%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%88%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%81?format=original

 

การเสริมจมูกด้วยการฉีดไขมัน เป็นการใช้เซลล์ไขมันของคนไข้เองฉีดเข้าไปเพื่อเสริมจมูกให้โด่งและได้รูปขึ้น ข้อดีคือไม่มีแผลผ่าตัด และไม่ต้องกังวลเรื่องการแพ้สารแปลกปลอม เพราะเซลล์ไขมันเป็นเซลล์ของคนไข้อยู่แล้ว จึงเข้ากันได้ดี แต่รูปจมูกที่ได้จะไม่โด่งเป็นสันและดูคมเท่ากับซิลิโคน

ดังนั้นวิธีนี้จึงไม่เหมาะสำหรับคนที่อยากได้จมูกสันเป็นคมชัดเจน

%E0%B8%89%E0%B8%B5%E0%B8%94%E0%B8%9F%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%88%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%81?format=original

การเสริมจมูกด้วยการฉีดฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์ คือสารเติมเต็มจำพวกไฮยาลูรอนิก ช่วยเติมเต็มเข้าไปภายในผิวหนังจึงไม่เป็นอันตรายใดๆ แต่ต้องให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ฉีดให้ เพราะแพทย์ต้องวิเคราะห์ให้เข้ากับใบหน้าของคนไข้ และต้องฉีดให้ได้ทรงตามที่คนไข้ต้องการ

ซึ่งแพทย์ต้องสอบประวัติคนไข้ว่าไม่มีอาการแพ้สาร ไฮยาลูรอนิก และคนไข้ต้องดูแลรักษาตัวเองให้เหมือนกับการฉีดฟิลเลอร์บริเวณอื่น คือห้ามอบซาวน่าหลังจากทำสองอาทิตย์ เพื่อไม่ให้สาร Filler ละลายเร็วเกินไปและเมื่อสารฟิลเลอร์ละลายแล้วต้องมาฉีดเพิ่มเติม

%E0%B8%89%E0%B8%B5%E0%B8%94%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%88%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%8B

การฉีดไหมจมูก คือการฉีดไหมเข้าไปในผิวหนังชั้นไขมัน เพื่อให้ไหมช่วยพยุงรูปจมูก เพราะฉะนั้นต้องฉีดกับคุณหมอที่มีความเชี่ยวชาญสูง เมื่อฉีดไหมเข้าไปแล้ว ร่างกายจะสร้างคอลลาเจนขึ้นมาล้อมรอบไหมเอาไว้ ทำให้ผิวบริเวณนั้นตึงเรียบ และสูงพุ่งขึ้น จึงทำให้จมูกดูโด่งเรียวเป็นสัน หลังไหมละลาย คอลลาเจนยังอยู่อีก 2 -5 ปี ขึ้นอยู่กับชนิดของไหมที่ใช้

อีกทั้งคนไข้ยังสามารถเลือกแบบจมูกที่ต้องการได้ อย่างเช่นต้องการให้สันจมูกโด่งตรงขึ้น หรือเน้นปลายหยดน้ำก็ได้เช่นกัน หลังทำดูแลเหมือนการร้อยไหมปกติ เพียงแค่งดการรับประทานวิตามินจำพวกวิตามินอีหรือแปะก๊วย อีกทั้งหลังทำก็ไม่มีแผล มีเพียงรอยร้อยไหมเล็กๆที่ปลายจมูกและหลังร้อยไหมสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ

ฉีดไหมจมูก เหมาะสำหรับคนที่อยากศัลยกรรม และไม่ต้องการรักษาแผลจากการศัลยกรรม ซึ่งปัจจุบันจะใช้ไหมละลายในการทำ จึงไม่ต้องกังวลเรื่องสารตกค้างในร่างกาย เพราะไหมจะสลายหายไปเอง แต่ถ้าอยากเพิ่มคอลลาเจนหลังฉีดไหม สามารถรับประทานคอลลาเจนและวิตามินซี เพื่อช่วยให้ผิวพรรณดูใสขึ้นด้วย เรียกได้ว่าได้สองเด้งเลยทีเดียว ทั้งผิวใสบริเวณจมูกและจมูกที่โด่งเป็นสันคมได้รูป