ผู้หญิงสมัยนี้หมั่นดูแลตัวเองให้ดูดีอยู่เสมอ ยิ่งสมัยนี้ผู้หญิงเราเป็น Working Women ซะส่วนใหญ่ ทำให้มีเวลาจำกัด การใช้ชีวิตแต่ละวันค่อนข้างเร่งรีบ

อีกทั้งต้องพบเจอผู้คนมากมายในแต่ละวัน ถึงจะมีเวลาดูแลตัวเองน้อยแต่สาวๆก็ไม่ปล่อยให้ตัวเองดูไม่ดีเด็ดขาด ใช่มั้ยล่ะคะ?

 

 

วันนี้เรามีโอกาสได้พูดคุยกับหมออร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญการปรับรูปหน้าและออกแบบเรือนร่างจากวลีรัตน์คลินิก

เรามาดูกันว่า หากสาวๆ Working Women ต้องการปรับลุคใหม่ มั่นใจได้ทันที ควรจะทำส่วนไหนดี? มาฟังคำตอบคุณหมอกันเลยค่ะ

 


คุณหมอคะ สาวๆ วัยทำงานที่ชีวิตแต่ละวันค่อนข้างเร่งรีบและมีเวลาดูแลตัวเองน้อย ต้องการปรับลุคตัวเองใหม่ ควรทำอย่างไรหรืออะไรดีคะ?

สำหรับหมอนะคะ ขอแนะนำการเสริมจมูกเป็นอย่างแรกค่ะ เพราะจมูกเนี่ยเป็นจุดโฟกัสที่เด่นมากบนใบหน้า หากต้องการปรับลุคใหม่ให้ตัวเอง หมอว่าการปรับเปลี่ยนทรงจมูกช่วยได้เยอะเลยค่ะ


แต่การเสริมจมูกน่าจะเจ็บตัวเยอะ แล้วต้องดูแลอย่างดีเลยรึเปล่าคะคุณหมอ… แบบนี้จะเหมาะกับสาวๆ Working Women หรอคะ?

จริงๆแล้ว การเสริมจมูกสามารถทำได้หลายวิธีค่ะ เลือกตามความเหมาะสมและความพอใจของแต่ละคน ซึ่งแต่ละวิธีก็มีข้อดี ข้อเสียต่างกันไปค่ะ


มีวิธีอะไรบ้างคะหมอ?

เอาหลักๆเลยนะคะ ก็คือ การศัลยกรรม การฉีดไหมจมูก และฉีดฟิลเลอร์ค่ะ


ยังไงคะหมอ? ช่วยเปรียบเทียบทั้ง 3 อย่างให้เห็นแบบชัดๆหน่อยค่ะ

ได้ค่ะ อย่างแรกหมอขอพูดถึงการผ่าตัดเสริมซิลิโคนก่อนนะคะ วิธีนี้ต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะยุบบวม ไหนจะต้องตัดไหมที่เย็บแผลอีก

หลังทำต้องดูแลแผลอีก มีระยะเวลาพักฟื้น อาจต้องหยุดงาน พักรักษาตัวจนกว่าแผลจะดีขึ้นค่ะ

แต่การผ่าตัดก็มีข้อดีคือ ใครที่อยากทำจมูกทีเดียว ถาวร วิธีเหมาะค่ะ เพราะสามารถอยู่ได้ถาวร จบในครั้งเดียว

ถ้าทำออกมาแล้วสวยพอใจ ไม่มีปัญหา ไม่ต้องแก้ ก็คือเจ็บตัวทีเดียวอยู่

แต่ถ้าต้องแก้ มีปัญหาจมูกเบี้ยว เอียง ทะลุ ทรงไม่สวย ไม่เข้ากับหน้า ไม่พอใจ ก็ต้องผ่าตัดใหม่อีกรอบ เจ็บตัวอีกรอบค่ะ  


แล้ววิธีฉีดไหมกับฟิลเลอร์ล่ะคะ?

ถ้าฉีดไหมเนี่ย แทบไม่ต้องพักฟื้นเลย แค่รอยุบจากการบวมยาชา ซึ่งใช้เวลาแค่ 1 – 2 วันก็ยุบแล้ว

การดูแลก็ง่ายกว่าผ่าตัด สามารถใช้ชีวิตประจำวันปกติได้เลย และถ้าอยากปรับแก้ทรงก็สามารถทำได้ค่ะ

แต่ก็มีข้อเสียคือ เป็นไหมละลายเลยไม่ได้คงอยู่ถาวร ระยะเวลาคงอยู่ของไหม 2 – 5 ปีแล้วแต่วัสดุของไหมค่ะ

และอาจคลำเจอเส้นไหมบ้างถ้าผิวตรงจมูกบาง


ส่วนฟิลเลอร์ ระยะเวลาพักฟื้นน้อยหรือแทบไม่ต้องพักฟื้นเลยเหมือนฉีดไหม แผลก็เล็กเท่ารูเข็ม ดูแลง่าย

แต่ข้อเสียของมันคือ มีความเสี่ยงต่อการอุดตันในเส้นเลือด จุดนี้ค่อนข้างอันตรายค่ะ

และด้วยความที่เป็นสารเหลว ทำให้อาจมีการเคลื่อนตัวหรือไหล ทำให้จมูกเอียงได้ และไม่อยู่ถาวรค่ะ

อ๋อ…แล้วก็เพราะเป็นของเหลวนี่แหละเลยทำให้หลังจากปั้นทรงไปแล้ว ก็ไม่สามารถแก้ทรงจมูกได้แล้ว หากจะแก้ก็ค่อนข้างยุ่งยากพอสมควรค่ะ

สรุปแล้วนะ ตามความเห็นหมอ หมอว่า การฉีดไหมจะ Safe สุด เหมาะกับผู้หญิงสมัยใหม่ที่เป็น Working Women ต้องทำงานประจำ ไม่ค่อยมีเวลาว่างหรือไม่อยากหยุดงานหลายวันค่ะ


สรุปว่าวิธีที่คุณหมอแนะนำสาวๆวัยทำงานที่อยากปรับเปลี่ยนลุคใหม่ คือการฉีดไหมเสริมจมูกใช่มั้ยคะ?

สำหรับตัวหมอเองนะคะ เอาที่ชัวร์ๆเลย หมอก็แนะนำว่าเป็นการฉีดไหมเสริมจมูกค่ะ

เพราะถ้าเทียบกัน 3 อย่างนี้ ฉีดไหมจมูกถือว่าโอกาสที่ผลหลังทำออกมาจะเป๊ะกว่า ดูแลง่าย ทำงานต่อได้สบายๆ แล้วก็เป็นธรรมชาติมากๆด้วยค่ะ

อันนี้หมอสรุป ข้อดีและข้อเสียของแต่ละวิธีมาให้ค่ะ


แล้วแบบนี้ มีไหมเสริมจมูกตัวไหนที่หมอนุ่นแนะนำมั้ยคะ?

หมอแนะนำเป็นไหม Pinochi Nose เลยค่ะ เหมาะกับใครที่ต้องการเสริมจมูกแบบเร่งด่วน

เพราะเค้าเคลมว่า จมูกโด่งไว เห็นผลหลังทำทันที ได้ลุคใหม่ทันที ทันใจ ทันใช้เลยค่ะ


สรุปแล้ว การปรับลุคใหม่ มั่นใจได้ทันที สามารถทำได้ด้วยการฉีดไหมเสริมจมูก Pinochi Nose นั่นเอง คุณหมอคอนเฟิร์มแล้วว่าดี โด่งไว ไม่ต้องพักฟื้น ดูแลง่ายไม่ยุ่งยาก ทำงานได้ปกติ แถมดูดีขึ้นจนคนรอบข้างต้องทักแน่นอนค่ะ

สำหรับใครที่ต้องการเพิ่มความโด่งให้จมูก ปรับเปลี่ยนลุคใหม่สไตล์ผู้หญิงยุคใหม่ ไม่ชอบรอนาน สามารถเข้ามาปรึกษาหมออรได้ที่วลีรัตน์คลินิกทุกสาขานะคะ

สาวๆ Working Women ห้ามพลาด!