ร้อยไหมมีกี่แบบ ?

เชื่อว่าคนที่กำลังคิดจะร้อยไหมน่าจะสงสัย โดยเฉพาะคนที่กำลังจะร้อยไหม ฉีดไหม อาจจะยังสับสนว่าสรุป

เราจะร้อยไหมอะไรดี เพราะปัจจุบันมีไหมหลายชนิด วันนี้วลีรัตน์มีคำตอบ!

ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจเรื่องกลไกการทำงานของไหมละลายกันกันก่อน…

ไหมทำงานอย่างไร 

ร้อยไหม คือ  เปรียบเทียบเหมือนการผ่าตัดเล็กก็ว่าได้ เพราะมีการใช้ยาชาเพื่อลดความเจ็บ แต่ไม่มีการวางยาสลบ ไม่ต้องพักฟื้นหลังทำ

เดิมไหมที่ใช้สำหรับร้อยไหมบนใบหน้านั้นใช้ในการเย็บแผลผ่าตัด แต่มีการนำผลข้างเคียงที่เกิดจากการใช้ไหมเย็บแผลนั้นมาใช้เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจน

img 5eb51f13b7d32

ร้อยไหม ออกเป็น 2 ประเภท

คือ ไหมละลาย และไหมไม่ละลาย (ไหมทองคำ คือไหมที่ไม่ละลาย)

ในอดีตมีเฉพาะไหมไม่ละลายเท่านั้น โดยไหมชนิดแรกที่ใช้ มีชื่อว่า ไหม Aptos Thread 

ปัจจุบันไหมไม่ละลายไม่นิยม เพราะว่าคนไข้จะรู้สึกเจ็บมากหลังทำ แม้จะเป็นไหมที่เห็นผลได้ดีหลังการทำทันที 

แม้ว่าต่อมาไหลละลายจะมีการพัฒนาเป็นไหมทองคำที่เป็นที่รู้จักเมื่อ 10 ปีที่แล้วก็ตามแต่ไหมทองคำไม่เหมาะสำหรับการร้อยไหมในผู้ที่แพ้โลหะ เนื่องจาก…

การร้อยไหมทองคำยังไม่สามารถผ่านเครื่องสแกน (CT:Computed Tomograph) และเครื่อง (Magnetic Resonance Imaging : MRI)  ทำให้การร้อยไหมทองคำลดความนิยมลงไปเรื่อยๆ

สรุปเรื่องไหมไม่ละลาย ได้ยกเลิกการใช้ไปแล้ว ไหมที่ใช้ปัจจุบันจะมีเฉพาะไหมละลายเท่านั้น


ร้อยไหมละลาย

ปัจจุบันมีการใช้ไหมละลาย ซึ่งแต่เดิมนั้นใช้เพื่อเย็บกับกล้ามเนื้อหัวใจและหลอดเลือด จึงเชื่อมั่นได้ถึงความปลอดภัย โอกาสแพ้มีน้อย  ไหมละลายแบบปัจจุบันส่วนใหญ่ทำมาจาก PDO ( Polydioxanone )  

ก่อนจะมีการพัฒนาวัตถุดิบเป็น PCL และ PLLA ขึ้นอยู่กับจุดที่ใช้ซึ่งเนื้อสัมผัสจะแตกต่างกันออกไป 

โดย PDO เหมาะสำหรับยกกระชับ ดึงหน้า เนื่องจากเนื้อไหมมีความแข็งแรงที่สุด 

แต่หากเป็น PCL และ PLLA เนื้อสัมผัสจะนิ่มกว่า เหมาะสำหรับร้อยในจุดบอบบางอย่างเช่น ใต้ตา หรือจมูกเป็นต้น 

ข้อดีของไหมละลายคือตัวไหมสามารถสลายไปได้ภายใน 6 -8 เดือน จึงไม่ต้องกังวลเรื่องสารตกค้างในร่างกาย

img 5eb51f1de789f

ไหมละลายแบ่งตามลักษณะของไหมได้ 6 แบบ

img 5eb51f1e6f9a5

ไหมเรียบหรือไหม Mono เป็นเส้นไหมที่ไม่มี Texture พิเศษ ไหมโมโน เหมาะสำหรับร้อยให้ผู้ที่ไม่ได้มีปัญหาหย่อนคล้อยมากหรือจะใช้ชุบกับสารอื่นๆ เช่นสาร W – Cell หรือสารละลายไขมันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในด้านอื่นๆให้กับไหม ดังนั้นไหมโมโนจะเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ได้มีปัญหาหย่อนคล้อยมาก เน้นการสลายไขมันบนใบหน้าและบำรุงผิวหน้า

ไหมเงี่ยงหรือไหมเงี่ยงกุหลาบ ไหมก้างปลา เหมือนกันหมด เป็นไหมที่มีการใช้เลเซอร์ตัดเส้นไหมให้เป็นเงี่ยง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในด้านการยกกระชับ ด้วยเงี่ยงของไหมจะช่วยยกกระชับใบหน้าให้เรียวขึ้นไป ไหมเงี่ยงจึงเหมาะสำหรับแก้ริ้วรอย ยกกระชับใบหน้า ในผู้หญิงช่วงอายุ 30 ปีขึ้นไปและจะได้ผลดีในกรณีที่คนไข้ไม่ได้มีไขมันบนใบหน้าเป็นจำนวนมากเพราะหากมีไขมันบนใบหน้ามากเกินไป ไหมเงี่ยงอาจจะเกิดการดีดได้

ไหมหล่อ เป็นไหมที่หล่อเงี่ยงมาพร้อมกับเส้นไหมหรือหล่อลายสลัก เส้นไหมจึงมีความแข็งแรงสูงและสามารถยกกระชับใบหน้าได้ดี เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อยมากเหมาะกับการแก้ปัญหาร่องแก้ม เก็บกรอบหน้า ยกกระชับใบหน้า ปรับรูปหน้าสวย

img 5eb51f1f535d1

ไหมเกลียว (Cavern) เป็นไหมที่นำไหมเรียบมาม้วนล้อมรอบเข็ม ทำให้เกิดเป็นเส้นเกลียวขึ้น เป็นไหมที่เหมาะสำหรับใช้ในการเติมเต็มผิวบริเวณนั้น เนื่องจากมีผิวสัมผัส 2 ด้าน และมีพื้นที่ในการสร้างคอลลาเจนเพิ่มมากขึ้น ไหมเกลียวจึงเหมาะสำหรับการเติมเต็มผิว

ไหมตาข่าย 4 มิติ (Honey Comb) เป็นการนำไหมเรียบ (mono) มาถักรวมกันจนเป็นโครงสร้างตาข่าย ที่มีเฉพาะที่“วลีรัตน์คลินิก” ท่านั้น โดยใช้วัสดุพิเศษ PCL (Polycaprolactone) มีคุณสมบัติอุ้มน้ำและมีความยืดหยุ่นสูง เหมาะกับการเติมร่องแก้ม ร่องลึกบนใบหน้า เพราะเส้นไหมมีขนาดใหญ่


แล้วถ้าหากมาร้อยไหมที่วลีรัตน์ ไหมตัวไหนคือไหมอะไร เราจะแนะนำให้รู้จัก

ไหมโมโน – Chin Up , Lipo X , Ruby No.5 คือ ไหมหน้าเรียว ลดไขมัน เน้นสลายไขมันหน้า ลดไขมันที่แก้มที่โหนกแก้ม

ไหมเงี่ยง –  Great ruby , Pinocchi nose , Mini Heart  คือไหมสำหรับยกกระชับใบหน้าในช่วงอายุราว 25 -30 ปี เน้นเพิ่มคอลลาเจนเพื่อหน้าตึงกระชับ

ไหมหล่อ – Emerald , grand diamond , diamond nose  คือไหมเน้นกระชับใบหน้า ดึงใบหน้าให้ชัดได้สัดส่วน กระชับริ้วรอย ยกกระชับร่องแก้มในผู้ที่มีปัญหาหย่อนคล้อยมากๆ เช่นผู้ที่ต้องทำงานหนัก ทำให้เผชิญภาวะเครียด ผู้ที่อายุ 30 ปีขึ้นไป

ไหมเกลียวหรือไหม Cavern – Pailin คือไหมที่เน้นเติมเต็มริ้วรอยบริเวณใต้ตา สร้างคอลลาเจนได้สองมิติ ทำให้ผิวใต้ตาดูฟูเต็ม

ไหมตาข่าย 4 มิติ (Honey Comb) – Amber , Amethyst เป็นไหมโครงสร้างตาข่าย มีเฉพาะที่ “วลีรัตน์คลินิก” เท่านั้น มีคุณสมบัติอุ้มน้ำและมีความยืดหยุ่นสูง เหมาะกับการเติมร่องแก้ม ร่องลึกบนใบหน้า


สามารถเลือกไหมได้ตามแต่ละจุดประสงค์ของเรา

img 5eb51f2008285

อยากหน้าเรียว สลายไขมัน เลือก ไหมโมโน

Lipo X Lipo Lifting Ruby No.5


อยากลดริ้วรอย แก้ริ้วรอยลึก เลือก ไหมเงี่ยง

Pinochi Nose Onyx

img 5eb51f20aade7


1 E0B8ABE0B8A5E0B988E0B8AD E0B8A2E0B881

1 E0B8ABE0B8A5E0B988E0B8AD E0B894E0B8B1E0B989E0B887

อยากปรับรูปหน้า ยกกระชับ เลือก ไหมหล่อ


อยากเติมเต็มทุกปัญหารอบดวงตา เลือก ไหมเกลียว

img 5eb51f22154db


img 5eb51f228b339

อยากเติมเต็มริ้วรอยร่องแก้ม เลือก ไหมตาข่าย 4 มิติ


สรุป

สำหรับคนที่กำลังคิดจะร้อยไหม น่าจะสงสัยว่าร้อยไหมอะไรดีที่สุด ตอนนี้หลายคนคงได้คำตอบแล้วว่าร้อยไหมอะไรดีที่สุด เพราะปัจจุบันมีไหมหลายชนิดหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นร้อยไหมหน้าตึง ร้อยไหมยกกระชับ ร้อยไหมหน้าเล็ก ร้อยไหมหน้าเด็ก ร้อยไหมปรับรูปหน้าและอีกมากมายที่เราเคยได้ยิน

รวมถึงลักษณะของไหมหลายรุ่นที่พัฒนามาเรื่อยๆ อย่าง ไหมเรียบโมโน ไหมเงี่ยง – ไหมเงี่ยงกุหลาบ – ไหมก้างปลา ไหมหล่อ ซึ่งมีคุณสมบบัติต่างกัน เหมาะกับแต่ละปัญหา อย่างไรก็ตาม เลือกผลิตภัณฑ์ร้อยไหมที่เหมาะกับปัญหาของตัวเองนะคะ

หน้าเด็ก หน้าสวย…ร้อยไหม ช่วยได้ค่ะ