5 วิธีร้อยไหมเสริมจมูกให้สวยเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องศัลยกรรม

5 วิธีที่ดีมี่สุดใน การร้อยไหมเสริมจมูก สร้างรูปลักษณ์ในอุดมคติของคุณ!  ทำได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ให้ดูมีละมุน (Hamony) มากยิ่งขึ้น

 แพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปีในการร้อยไหมเสริมจมูก ที่ละเอียดอ่อนโดยการคำนึงถึง สัดส่วนทองคำบนใบ (Golden Ratio) หน้ามุมที่ดี และรูปทรงใบหน้า

การร้อยไหมจมูก

เหมาะกับคนที่สันจมูกไม่คม เนื้อจมูกน้อยปีกจมูกกว้าง จมูกไม่ได้รูป “การร้อยไหมเสริมจมูก” ช่วยให้ดั้งโด่งขึ้นอย่างเป็น ธรรมชาติ ไม่ต้องมากลัวหรือมากังวล ซิลิโดคนทะลุ ไม่ต้องผ่าตัดศัลยกรรม รวมถึงคนที่ต้องการเติมเฉพาะจุดให้ได้รูป

วิธีการเสริมจมูกด้วยวิธีการร้อยไหม คือ การนำไหมละลายร้อยเข้าไปในจมูก ให้เกิดการสร้างเนื้อเยื่อของผิวบริเวณจมูก กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน ทำให้มีเนื้อจมูกขึ้นมา

การร้อยไหมไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่เราเข้าใจกัน ไม่ใช่แค่ขึ้นเตียงและจะได้จมูกตามที่ต้องการ แล้วจะออกมา สวย หรือ หล่อ ได้ตามผลลัพธิ์เลยทันที

คุณหมอต้องดูพื้นฐาน รูปทรงจมูกเดิมของเราก่อนว่าเป็นอย่างไร แล้วจึงเลือกวิธี หรือ ไหม ที่เหมาะสมที่สุด

เพื่อให้ได้ผลลัพธิ์ ของจมูกที่เข้ากับรูปหน้าของเรา สิ่งที่ไม่อยากให้มองข้าม ! สาระบทความหลักๆ จำเป็นต้องดู เทคนิคการทำจมูกให้เยอะๆ จำเป็นต้องดูความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของแพทย์  และ โรงพยาบาลหรือคลินิก เป็นส่วนสำคัญมากในการตัดสินใจที่จะเข้ามาใช้บริการ รวมไปถึงการวิเคราะห์ ดูรีวิวการเสริมจมูก แต่ละเคส ว่าปัญหาก่อนทำเกิดจากอะไร และ เมื่อแก้ไขแล้วจะเป็นอย่างไร ” 

ร้อยไหมจมูก เสริมจมูก

เลือกอ่านเฉพาะที่คุณสนใจ

คลินิกที่ได้มาตรฐานสังเกตได้จากอะไรบ้าง?

ก่อนที่จะตัดสินใจไปร้อยไหมเสริมจมูก ที่ไหนดี? 

ควรจะศึกษาข้อมูลของคลินิกเสริมความงามให้ดีซะก่อน ศึกษาหาข้อมูลหลายๆแห่ง เพื่อเปรียบเทียบโดยดูรีวิวจากผู้ที่เคยทำมาก่อนหลายๆเคส 

อย่าเพิ่งรีบตัดสินใจ หากดูแล้วไม่ปลอดภัย ไม่แน่ใจ ก็ไม่ควรเสี่ยงที่จะเข้าไปทำการร้อยไหม ในการร้อยไหมหากทำโดยแพทย์ที่ขาดเทคนิคความชำนาญ 

อาจเกิดอันตรายที่จะส่งผลต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตในระยะยาว ที่สำคัญควรทำจมูกกับแพทย์ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์เฉพาะด้านจริงๆ 

ช่วยลดความเสี่ยงลงได้ ที่ Waleerat Clinic เป็นคลินิกที่มีคุณภาพ มาตรฐาน และมีแพทย์ผู้เชียวชาญด้านการร้อยไหม  

ซึ่งมีลูกค้าหลายคนที่ออกมารีวิวว่า ทำแล้วสวย ประทับใจ และปลอดภัย ทั้งหัตถการที่เกี่ยวกับบริเวณจมูก ไม่ว่าจะร้อยไหม ฟิลเลอร์ หรือโบท๊อก

คนไข้ควรได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ที่มากประสบการณ์ ก่อนการตัดสินใจ 

เพื่อช่วยเป็นตัววิเคราะห์ถึงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น ความเหมาะสมกับรูปหน้า  และทำให้การรักษาเกิดประสิทธิภาพสมบูรณ์ เพราะคนเรามีรูปหน้าและรูปทรงจมูกที่แตกต่างกัน 

การทำจมูก เพื่อช่วยเสริมความมั่นใจและบุคลิกภาพ คนไข้จึงควรไปพบแพทย์ เพื่อขอคำแนะนำที่เหมาะสมก่อนตัดสินใจ 

ข้อแนะนำเพิ่มเติม คือ ควรหาข้อมูลจากหลายแหล่ง เพื่อเป็นข้อมูลเปรียบเทียบ อย่าด่วนตัดสินใจ เลือกทำหัตถการร้อยไหมอย่างปลอดภัย และมีมาตรฐาน เพื่อความงดงามของใบหน้าที่เป็นธรรมชาติ

สรุปการเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานสังเกตได้ดังนี้

  • มีใบอนุญาตประกอบการจากกระทรวงสาธารณสุข ติดแบบแสดงรูปถ่ายและรายละเอียด เกี่ยวกับผู้ประกอบการวิชาชีพในคลินิกอย่างชัดเจน
  • เป็นหมอประจำคลินิกที่มีประสบการณ์ 5- 10 ปีขึ้นไปในการทำหัตถการ พร้อมให้ข้อมูลเกี่ยวกับไหมที่ใช้ ซึ่งแพทย์ต้องมีความชำนาญสูงในการทำ เพราะหมอมีเทคนิคเพื่อลดอาการบวมช้ำ มือเบา ได้ผลชัดเจนและเป็นธรรมชาติที่สุด
  • คลินิกที่ตั้งชัดเจน ไม่เปลี่ยนชื่อหรือย้านสถานที่บ่อย บรรยากาศชองคลินิกสว่งาไม่ทึบ อับ แคบ อยู่โซนที่สังเกตได้ง่าย ภายในคลินิกต้องสะอาด ไม่อยู่ในสภาพชำรุด สามารถเดินทางไปใช้บริการได้สะดวก
  • อุปกรณ์เครื่องมือครบครัน เนื่องจากหากคลินิก หรืออุปกรณ์ไม่สะอาดมากพอ อาจจะเกิดภาวะแทรกซ้อน อักเสบหรือติดเชื้อได้
อาจารย์หมอกวาง พญ.วลีรัตน์ ทวีบรรจงสิน
Doctor Waleerat Thaweebanchongsin อาจารย์หมอกวาง พญ.วลีรัตน์ ทวีบรรจงสิน

Golden Ratio สัดส่วนทองคำ เป็นสัดส่วนที่ทางนักคณิตศาสตร์ชาวอิตาลีชื่อว่าลีโอนาโด ฟีโบนัชชี เป็นคนออกแบบ

โดยเชื่อว่า Golden Ratio เป็นสิ่งที่ช่วยให้สิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปวาด ภาพถ่าย โลโก้ หรือแม้กระทั่งใบหน้านั้น

ดูสมส่วนสวยงามที่สุด ซึ่ง Golden Ratio นั้น ก็ได้รับการยอมรับจากผู้คนมากมายว่าสามารถใช้วัดสัดส่วนความสวยได้จริง

ไม่ใช่แค่ศัลยแพทย์ที่ใช้  Golden Ratio วัดสัดส่วนใบหน้าเท่านั้น ช่างภาพ และ นักออกแบบต่างก็ใช้ Golden Ratio ในการวัดสัดส่วนความสวยสมบูรณ์เช่นกัน

มีการวัดสัดส่วนบนใบหน้าง่ายๆ ที่เน้นหลัก  Golden Ratio อยู่เหมือนกันเพียงใช้รูปหน้าตรง ขีดเส้นตรงช่วงหัวตา 1 เส้น และช่วงหางตาอีก 1 เส้น 

จากนั้นก็ขีดเส้นตรงเพิ่มทางด้านซ้ายอีก 1 เส้น โดยเว้นระยะห่างระหว่างเส้นให้เท่ากัน และขีดเส้นเพิ่มทางด้านขวามือเพิ่มอีก 3 เส้น

โดยเว้นระยะห่างระหว่างเส้นให้เท่ากันเช่นกัน จะทำให้เห็นได้ชัดว่าหน้าเราเบี้ยวตรงไหน ควรลดหรือเพิ่มอะไรให้กับใบหน้าของเราได้อย่างดีเลยทีเดียว ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้ว 

การมีใบหน้าที่สวยสมบรูณ์นั้น เป็นเรื่องของความชอบส่วนบุคคล สำหรับใครที่รู้สึกว่าใบหน้าของตัวเองนั้นยังไม่สวยเพอร์เฟคอย่างที่ต้องการ 

แนะนำว่าปรึกษากับคุณหมอดีที่สุด เพราะคุณหมอจะประเมินความเหมาะสมของใบหน้าของเราให้ได้ใบหน้าที่สวยเหมาะกับเราที่สุด 

เพราะความสวยไม่ใช่มีแค่ความเพอร์เฟคสมบูรณ์แบบเท่านั้น แต่ต้องมีความละมุนมองแล้วดูธรรมชาติ

สัดส่วนทองคำ
จมูกผู้ชายและผู้หญิง
องศาสัดส่วนทองคำที่จมูกเข้ากับรูปหน้าของผู้ชาย Golden Ratio
จมูกผู้หญิงและผู้ชาย
องศาสัดส่วนทองคำที่จมูกเข้ากับรูปหน้าของผู้ชาย Golden Ratio

สัดส่วนทองคำองศา สำหรับจมูกผู้ชาย อยู่ที่ 90 – 95 องศา

สัดส่วนทองคำองศา สำหรับการจมูกผู้หญิง อยู่ที่ 90 – 105 องศา

ปัญหาหลังร้อยไหม

สิ่งแรกที่จะเจอคืออาการเจ็บและปวดบวมบ้างหลังจากที่ยาชาหมดฤทธิ์ไป อาจเกิดรอยเขียวช้ำหรือห้อเลือดสำหรับบางคน แต่ปัญหาเหล่านี้จะหายไปได้เอง เพียงแค่ดูแลตัวเองตามที่แพทย์แนะนำ ทานยาและทาครีมสมานแผลอย่างสม่ำเสมอ แต่ถ้าร้อยไหมคุณภาพต่ำหรือทำกับผู้ที่ไม่ได้มีความชำนาญในเรื่องนี้ดีพอ ก็จะเกิดปัญหาที่ใหญ่และแก้ไขยากกว่านี้หลายเท่า

อาการหลังทำทันที
  • อาจจะมีอาการบวมแดง เขียวช้ำ หรือคันได้ในจุดที่ทำเป็นปกติ ให้หลีกเลี่ยงการแตะ การเกา การกดนวดในจุดนั้นๆ อาการต่างๆจะค่อยๆดีขึ้นภายใน 2-3 วัน แต่หากหลังจาก 3 วัน อาการดังกล่าวยังเป็นมากขึ้น ให้ติดต่อกลับมาที่คลินิกเพื่อรับยากินเพิ่ม
  • หากก่อนทำไม่ได้กินยาฆ่าเชื้อ หลังทำควรรีบกินยาฆ่าเชื้อทันที และทางคลินิกจะมียาแก้ปวด,ลดบวมให้กินด้วย
  • อยู่แต่ในที่อากาศเย็น และหลีกเลี่ยงความร้อนทุกชนิดและกิจกรรมที่ทำให้หน้าแดงอย่างน้อย 48 ชม.หลังทำครับ เช่น เข้าซาวน่า ออกกำลังกายหนักๆ ตากแดด การดื่มแอลกอฮอล์
  • ให้งดเลเซอร์ร้อนที่ลงผิวชั้นลึกทุกชนิด เช่น RF thermage ควรเว้นอย่างน้อย 1 เดือนหลังทำ
  • อย่าขยับใบหน้าเยอะโดยเฉพาะในช่วง 3 วันหลังทำ จะทำให้ไหมและฟิลเลอร์ที่ทำไว้เคลื่อนผิดตำแหน่งได้
  • การประคบเย็นอย่างผิดวิธีอาจทำให้ฟิลเลอร์ที่ฉีดหรือไหมที่ร้อยไว้เกิดการเคลื่อนและไม่เกาะผิวได้ ควรประคบเย็นตามคำแนะนำของแพทย์ในบางกรณีเท่านั้น
  • การใช้สายรัดหน้าหลังร้อยไหมควรใช้ตามคำแนะนำของแพทย์ในกรณีที่มีเลือดออกมากเท่านั้น ซึ่งในเคสส่วนมากหมอจะไม่แนะนำให้ใช้เนื่องจากอาจทำให้ไหมเคลื่อนและไม่เกาะผิว
  • 1 ชม.หลังทำ สามารถแกะพลาสเตอร์ออกได้

เปรียบเทียบการร้อยไหมเสริมจมูก

AD pinochi Nose
AD pinochi Nose

ไหมจมูกโด่งไว Pinochi Nose

ราคา 15,000

ไหมอยู่นานถึง 2 ปี

ตกแต่งปลายจมูก ปลายหยดน้ำ ปลายเชิด ปลายพุ่ง 

AD Diamond Nose
AD Diamond Nose

ไหมจมูกสันคม Diamond Nose

ราคา 20,000

ไหมอยู่นานถึง 5 ปี

สันจมูก สันโด่ง ปลายจมูก  แก้ฮัม

AD Amethyst
AD Amethyst

ไหมจมูกเนื้อน้อย Amethyst

ราคา 35,000

ไหมอยู่นานถึง 5 ปี

ปลายจมูก สันจมูก จมูกเนื้อน้อย แก้ฮัมพ์

AD Gentle Nose
AD Gentle Nose

ไหมจมูก Gentle Nose

ราคา 50,000

ไหมอยู่นานถึง 5 ปี

แก้ฮัมพ์ ปรับทรงจมูกสำหรับ ผู้ชาย 

AD Tourmaline
AD Tourmaline

ไหมจมูก แก้ฮัมพ์ Tourmaline

ราคา 50,000

ไหมอยู่นานถึง 5 ปี

แก้ฮัมพ์ ปรับทรงจมูก

สรุป

ร้อยไหมจมูกเหมาะกับใคร ?

AD pinochi Nose

เหมาะกับคนที่ : ไม่มีเวลาพักฟื้น หรือคนที่กลัวการผ่าตัดทำจมูก การร้อยไหมพักฟื้นน้อย ไม่บวม ไม่ช้ำ 

ขึ้นเป็นสันได้คมกว่าฟิลเลอร์ เหมาะกับคนที่มีฐานจมูกเดิมอยู่บ้างแล้วแค่ต้องการความคม หรือในคนที่สันจมูกสวยอยู่แล้วแต่ต้องการยกแค่ปลายจมูกขึ้น (ใช้เทคนิควิธีทำจมูกแบบพิเศษ) การทำมีความปลอดภัยมากกว่าการฉีดฟิลเลอร์จมูก

เนื่องจากไม่เสี่ยงต่อการเข้าเส้นเลือด และไหมละลาย pcl+plla สำหรับร้อยจมูกรุ่นล่าสุดก็อยู่ได้นาน 18 เดือน – 5 ปีและสามารถกระตุ้นให้ร่างกายเราสร้างเนื้อเยื่อจมูกของเราเองขึ้นมาได้

ร้อยไหมเสริมจมูกเหมาะกับคนที่มีฐานจมูกเดิมอยู่บ้างแล้วแต่ไม่อยากผ่าตัดเพราะในกรณีที่มีฐานอยู่แล้ว ถ้าผ่าตัดเสริมจมูกด้วยแท่งซิลิโคน จะทำให้จมูกโด่งเกินไปดูไม่เป็นธรรมชาติ

ร้อยไหมเสริมจมูกไม่เหมาะกับผู้ที่...

  • มีภาวะอักเสบติดเชื้อที่ผิวหนังบริเวณที่จะฉีดฟิลเลอร์หรือร้อยไหม
  • เคยมีประวัติแพ้ส่วนประกอบของฟิลเลอร์หรือวัสดุเส้นไหมที่วินิจฉัยว่าแพ้โดยแพทย์, อาการข้างเคียง(side effect)อื่นๆไม่ได้ถือว่าเป็นการแพ้(allergy)
  • มีประวัติแพ้ยาชา (ถ้าคนไข้ไม่เคยฉีดยาชาทำฟันมาก่อนควรแจ้งแพทย์เพื่อเพิ่มความระมัดระวังในการใช้ยาชา)
  • อยู่ในภาวะเลือดไหลไม่หยุด (bleeding disorder) แพทย์จะพิจารณาตามดุลยนินิจ
  • ห้ามทำในผู้ที่ตั้งครรภ์
  • ในกรณีให้นมบุตรควรปรึกษาสูติแพทย์ที่ดูแลก่อนทำ
  • ในคนไข้ที่เคยมีประวัติเป็นเริมที่ปาก และต้องการฉีดฟิลเลอร์ปากต้องปรึกษาแพทย์เพื่อกินยาป้องกันก่อนฉีด

การเตรียมตัวก่อนร้อยไหมเสริมจมูก

  • ควรงดยา แอสไพริน, NSAIDs เช่น ibruprofen diclofenac ponstan เป็นเวลา 1 อาทิตย์ก่อนทำหัตถการ และควรปรึกษาแพทย์ที่รักษาอยู่ก่อนที่จะหยุดยานั้นๆ
  • ควรงดวิตามิน St. Johns Wort, ginko biloba, primrose oil, garlic, ginseng, and Vitamin E เป็นเวลา 1 อาทิตย์ก่อนทำหัตถการ
  • ควรงดยาทาชนิดผลัดเซลล์ผิว เช่น Tretinoin (Retin-A), Retinols, Retinoids, Glycolic Acid, หรือครีมในกลุ่ม “Anti-Aging” ทุกชนิด เป็นเวลา 3 วันก่อนทำหัตถการ
  • ควรงดการแว็กผิว ผลัดเซลล์ผิว การดึงขนหรือโกนขนในบริเวณนั้นๆ เป็นเวลา 3 วันก่อนทำหัตถการ
  • หากมีคอร์สทำหน้านวดหน้าหรือเลเซอร์ต่างๆที่ต้องทำเป็นประจำ ควรทำมาก่อนอย่างน้อย 3 วันก่อนทำฟิลเลอร์หรือร้อยไหม เพราะหลังทำต้องเว้นไปอีก 2 อาทิตย์
  • หากมีโรคประจำตัว หรือยาที่กินเป็นประจำอื่นๆ ควรเตรียมข้อมูลไว้เพื่อแจ้งกับแพทย์ก่อนที่จะทำหัตถการ

ข้อปฏิบัติหลังร้อยไหมเสริมจมูก

  • ห้ามทานอะไรควรงดในระยะ 14 วันหลังทำ(ถ้าทำไม่ได้จริง ๆ ก็ควรงดอย่างน้อย 48 ชม.)
  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เหล้า เบียร์ ไวน์ น้ำหมัก
  • หมูกระทะ ปิ้งย่าง ชาบู ที่ต้องนั่งหน้าเตาร้อนๆ
  • อาหารที่เผ็ดมากๆ แสบร้อนจนหน้าแดง
  • อาหารหมักดอง เพราะมีสารที่ทำให้เส้นเลือดขยายตัว เช่น ปลาร้า หน่อไม้ดอง มะม่วงดอง
  • งดอาหารที่หวานจัดๆ นมวัว เพราะสามารถกระตุ้นกระบวนการอักเสบได้
  • หลีกเลี่ยงการกินอาหารดิบจากร้านอาหารที่ไม่สะอาดเนื่องจากพยาธิบางชนิดจะทำปฏิกริยากับฟิลเลอร์แล้วเกิดการอักเสบได้
  • ควรงดสูบบุหรี่ ในบุหรี่มีสารหลายชนิดที่ขยายหลอดเลือด จะทำให้ยุบบวมช้า และผลการรักษาอยู่ได้สั้นลง

คำถามพบบ่อยเรื่องร้อยไหม

ไม่อ้วนขึ้น แถมยังทำให้ดูผอมลงด้วย เพราะหน้าจะดูยาวขึ้นตามสัดส่วนทองคำ บนในหน้าให้มีมิติมากขึ้น จะทำให้หน้าดูเล็กลง

ไม่เหมือนกัน ฟิลเลอร์เป็นสารเหลว ฉีดแล้วจมูกจะไม่อยู่ทรง แต่ฉีดไหมจมูกจมูกจะเป็นทรง และทำให้จมูกดูคมมากขึ้น

ศัลยกรรมผ่าตัดจมูก หรือร้อยไหมจมูก เพื่อแก้ทรงจมูกให้ได้สัดส่วนทองคำบนใบหน้า ให้ดูมีมิติ และ ดูเป็นธรรมชาติ

ได้ !! เพราะการร้อยไหมนั้น ไหมจะอยู่คนละชั้นผิวหนังกับซิลิโคน ช่วยเพิ่มความคม ความโด่งได้

เป็นไหมละลาย ที่มีอายุการใช้งานแตกต่างกันไปตามชนิดของไหม

มีโอกาสน้อยมาก จนถึงไม่มีเลย และยังไม่เคยพบคนแพ้เพราะไหมที่ฉ๊ดเป็นไหมประเภทที่สร้างมาเพื่อเย็บอวัยวะภายใน

ไม่เกิดพังผืด เนื่องจากคอลลาเจนที่เกิด เป็นคอลลาเจนที่ดีต่อร่างกายที่มาช่วยเสริมสร้างให้ไหมแข็งแรงขึ้น และช่วยเพิ่มเนื้อเยื่อใต้ชั้นผิวหนัง

โอกาสน้อยมาก โดยส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของการบวมยาชา จมูกบวม เขียวช้ำเล็กน้อย

ในช่วง 1 เดือนแรก ไม่แนะนำให้นอนคว่ำมีโอกาสเบี้ยว แต่หลังจาก 1 เดือนแล้ว สามารถนอนคว่ำได้ปกติ

ในช่วง 1 เดือนแรก ไม่แนะนำให้ขยี้มีโอกาสเบี้ยว แต่หลังจาก 1 เดือนแล้ว สามารถนอนคว่ำได้ปกติ

ประมาณ 2 สัปดาห์ หรือหนึ่งเดือนรอให้จมูกจะหายบวมเต็มที่

ในกรณีที่ยังมีเนื้อเยื่อที่จะใส่ไหมได้สามารถใส่ได้หลังจาก 2 สัปดาห์ แต่ถ้าไม่มีเนื้อเยื่อแล้วก็ต้องใช้เวลาสร้างเนื้อเยื่อ

ได้ ! แต่ต้องรอให้ไหมสลายตามอายุไหมก่อน ถึงจะได้สามารถเติมได้ หรือให้หมอผู้ทำศัลยกรรมคีบออกได้เลย

อันดับแรกจมูกจะโด่งขึ้นเพราะรูปทรงของไหม อันอับที่สองจมูกจะโด่งโด่งเพราะไหมไปกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อทำให้จมูกโด่งขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

ไม่มีเพราะยาชาในการใช้ฉีดไหมไม่ได้ฉีดเข้ากระแสเลือด และออกฤทธิ์เฉพาะจุด

กลับมาปรึกษาแพทย์เพื่อทำการแก้ไข หรือตัดไหมส่วนเกิน

สามารถทำได้ แต่ต้องปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับความต้องการของคนไข้ว่าอยากได้สูงแค่ไหน และเพิ่มจำนวนไหมตามจำนวนที่คนไข้ต้องการ

1.หยุดยาละลายลิ่มเลือด หรือยาต้านเกร็ดเลือด 3-7 วัน แล้วแต่ชนิดยา

2.หยุดกินวิตามินซี น้ำมันตับปลา โอเมก้า 3 เนื่องจากทำให้เลือดไหลง่ายประมาณ 7 วัน

3.รับประทานอาหารมาให้เรียบร้อย

1. งดล้างหน้า ไม่ให้น้ำเข้าแผล 24 ชม.

2. รับประทานยาฆ่าเชื้อและยาลดบวมให้หมด

3. ถ้าปวด รับประทานยาแก้ปวด และประคบเย็น 48 ชม.และประคบอุ่นต่ออีก 48 ชม.

4. ระวังการกระแทกแรงๆใน 1 เดือนแรก

Harmony คือ เหมือนเราเอาจมูก อั้ม พัชราภา มาใส่จมูกเรา เราก็ไม่ได้สวยเหมือนอั้ม พัชราภา มันต้องรับกันทั้งใบหน้าทั้งหมด

การเอาจมูกอั้ม พัชราภา มาใส่หน้าชมพู่ อารยา มันอาจจะดูน่าเกลียดก็ได้ มันต้องรับกันเป็นองค์ทั้งหมด ซึ่งหมอที่มีประสบการณ์ทำ Case มาเยอะๆ จะรู้ว่าควรทำให้ออกมาในสัดส่วนแบบไหน จะมีทฤษฎี มีหลักการ มี Golden Ratio สำหรับการปรับรูปหน้า หมอทุกคนจะผ่านการศึกษาจุดนี้มาก่อน