ปรับหน้าเรียว ลดริ้วรอยด้วย โบท็อกBotox

สมัยนี้ผู้หญิงเราอาจคุ้นเคยกับคำว่า Botox กันพอสมควร จนแทบจะเป็นไอเทมเบสิคที่หลายคนนึกถึง

เมื่ออยากเสริมความงาม แต่เจ้า โบท็อก เนี่ย ก็ไม่สามารถแก้ได้ทุกปัญหาบนใบหน้าของเรานะคะ วันนี้เรามาทำความรู้จักBotoxกันให้มากขึ้นอีกหน่อยดีกว่าค่ะ  

เลือกเฉพาะที่สนใจ

Botox คือ

โบท็อก (Botox) คือ สารโบทูลินั่ม ท็อกซินชนิด เอ (Botulinum toxin type A) เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่ได้จากคลอสตริเดียมโบทูลินัม (Clostridium botulinum)

สารนี้จะออกฤทธิ์โดยการยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นๆ ไม่สามารถทำงานได้หรือเป็นอัมพาตชั่วระยะเวลาหนึ่งนั่นเอง

Botox รีวิว

ปรับรูปหน้า Botox Dysport
ริ้วรอยจางลง Botox Dysport
Botox ใต้ตา
เติมหน้าผาก

โบท็อก ยี่ห้อไหนดีที่สุด แต่ละยี่ห้อแตกต่างกันอย่างไร

Allergen

Allergan โบท็อกอเมริกา ฉีดแล้วตัวยาไม่กระจายตัวเป็นวงกว้าง ให้ผลแม่นยำ เห็นผลไว ฉีดแล้วอยู่ได้นานเป็นยี่ห้อที่ฉีดแล้วตึงที่สุด

botox allergan
  • Neuronox ฉีดแล้วให้ผลแม่นยำเกือบเท่า Allergan และอยู่ได้นาน แต่ราคาจะถูกกว่าของอเมริกาเกือบเท่าตัว… อยู่นานกว่า Botulax
  • Botulax เน้นหน้าใสเห็นผลไวกว่า Neuronox
  • Nabota โบท็อกสัญชาติเกาหลี เป็นยี่ห้อที่ออกฤทธิ์ไวที่สุด กรามลดลงไว ริ้วรอยลดลงไวที่สุด เหมาะกับงานเร่งงานด่วน แต่ระยะเวลาที่อยู่ได้ก็จะสั้นลงตามไปด้วย

Dysport

Dysport ของอังกฤษ เหมาะกับการใช้ลดเหงื่อ ลดกลิ่นตัว ลดขนาดของกล้ามเนื้มัดใหญ่ เช่น น่อง ต้นแขน

เหมาะกับการทำ Dermolift Microbotox Skin Botox ใช้ในกรณีที่เราต้องการให้ตัวยา กระจายตัวในจุดที่เราต้องการอย่างทั่วถึง ไม่กระจุกอยู่จุดเดียว

botox dysport
botox xeomin

Xeomin

Xeomin โบท็อกเยอรมัน จุดเด่นคือหลังฉีดแล้วให้ความรู้สึกเบาสบาย ไม่หนักหน้า หน้าไม่แข็ง รู้สึกเป็นธรรมชาติสามารถแสดงสีหน้าได้อย่างไม่มีริ้วรอย

เป็นยี่ห้อที่มีคุณสมบัติอยู่ระหว่างBotoxอเมริกา-อังกฤษ มีงานวิจัยว่า เป็นโบท็อกที่เหมาะกับเคสที่ดื้อยา

Botox ฉีดตรงไหนได้บ้าง

Botoxฉีดตรงไหนได้บ้าง

เพื่อลดริ้วรอย จะฉีดบริเวณที่แสดงอารมณ์บ่อยๆจนเกิดริ้วรอย เช่น ตีนกา หน้าผาก เส้นรอยยิ้ม หว่างคิ้ว คอ

นอกจากนี้ยังสามารถใช้ลดขนาดของปีกจมูก รวมถึงแขน น่อง ขา ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อมัดใหญ่ได้อีกด้วย

เพื่อปรับรูปหน้า แนวขากรรไกร กราม แก้ม เพื่อใบหน้าเรียวแบบวีเชฟ

ลดการทำงานของต่อมเหงื่อ ฝ่ามือ ฝ่าเท้า รักแร้

ผลข้างเคียง

  • อาจมีอาการตึงบนใบหน้า หนังตาตก ยิ้มไม่สุด แสดงสีหน้าอารมณ์ไม่ได้

  • หน้าสองข้างไม่เท่ากัน

  • อาจมีอาการปวดศีรษะหรือปวดบริเวณที่ฉีด

  • เคี้ยวอาหารได้ยากขึ้น

  • ในบางรายที่มีแก้มเยอะ หากฉีดBotoxจนหน้าเรียวแล้ว อาจทำให้แก้มห้อยคล้อยลงมาได้  

ซึ่งอาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นได้ หากฉีดผิดตำแหน่งหรือใกล้อวัยวะสำคัญมากเกินไป รวมถึงแพทย์ไม่มีความเชี่ยวชาญมากพอแต่ไม่มีอันตรายถึงกับชีวิต โดยอาการเหล่านี้จะค่อยๆหายไปได้เอง รอให้ฤทธิ์ของโบท็อกหมดไป

ข้อดีของ Botox

  • ลดเลือนริ้วรอย

  • ปรับรูปหน้า

  • ลดขนาดน่อง ขา แขน

  • รักษาไมเกรน ตาเข หนังตากระตุก กล้ามเนื้อคอเกร็งตัว กล้ามเนื้อหลังอักเสบเรื้อรัง

  • รักษาอาการเหงื่อออกมากผิดปกติโดยเฉพาะบริเวณฝ่ามือและรักแร้

ระยะเวลา...

ระยะเวลาของ โบท็อก

ในการฉีดซ้ำ ควรเว้นอย่างน้อย 3 เดือน แต่ไม่ควรเกิน 5 – 6 เดือนเพราะจะทำให้กล้ามเนื้อกลับมาทำงานปกติ อาจต้องใช้จำนวนยูนิตเยอะขึ้น

ทั้งนี้การคงอยู่ของBotoxนั้นขึ้นอยู่กับบริเวณที่รักษาและการปฏิบัติตัวของผู้เข้ารับการรักษา

ขั้นตอนการฉีดBotox

  • แพทย์ทำการประเมินปัญหาและสภาพผิวบริเวณที่จะทำการรักษา
  • ทายาชาหรือประคบน้ำแข็งบริเวณที่จะฉีดเพื่อบรรเทาความเจ็บ
  • ใช้เข็มขนาดเล็กฉีดตัวยาในปริมาณที่พอเหมาะลงไปยังชั้นกล้ามเนื้อ

การทำงานของBotox

ร่างกายจะมีสารที่ชื่อว่า แอซิติลโคลีน ซึ่งปลายประสาทจะสั่งให้กล้ามเนื้อทำงานผ่านสารตัวนี้ จนเกิดเป็นริ้วรอยต่างๆ แต่เมื่อ

เมื่อฉีดโบท็อกเข้าไป โบท็อกจะไปหยุดยั้งสารแอซิติลโคลีน ทำให้กล้ามเนื้อส่วนนั้นคลายตัว

เหมือนเป็นอัมพาตชั่วคราว ริ้วรอยต่างๆจะค่อยๆ  เรียบเนียนขึ้นจากเดิมและยังช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยใหม่

การทำงานของ Botox

การฉีดBotoxอย่างถูกวิธี จะทำให้ใบหน้าดูเป็นธรรมชาติ ไม่มีปัญหาเรื่องความตึงแข็งเกินไปจนไม่สามารถแสดงสีหน้าอารมณ์ได้

นอกจากจะช่วยลดริ้วรอยบริเวณที่ขยับกล้ามเนื้อบ่อยๆแล้ว ยังช่วยปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้นได้อีกด้วย

คำแนะนำก่อนฉีดBotox

คำแนะนำการฉีดโบท็อก
  • งดสูบบุหรี่และแอลกอฮอล์ทุกชนิด

  • หลีกเลี่ยงความร้อน เนื่องจากความร้อนจะทำให้หลอดเลือดขยายตัว

  • หลีกเลี่ยงอาหารเผ็ดจัดๆ และอาหารหมักดอง เช่น มะม่วงดอง ปลาร้า เพราะมีสารทำให้หลอดเลือดขยายตัว

การดูแลหลังฉีดBotox

เพื่อรักษาให้Botoxสลายตัวช้าที่สุด คงอยู่นานที่สุด ควรปฏิบัติดังนี้...

  • หลังฉีดควรขยับหรือบริหารกล้ามเนื้อส่วนนั้นๆ เป็นเวลา 20-30 นาที เพื่อให้เซลล์ประสาทดูดโบท็อกเข้าไปให้มากที่สุด
  • งดนอนคว่ำ นอนราบหลังฉีด 3 ชั่วโมง และก้มหัวต่ำ เพราะจะทำให้เลือดไหลเวียนมาที่ใบหน้า จึงมีโอกาสที่โบท็อกจะกระจายตัวเยอะขึ้น ไหลไปในจุดอื่นที่ไม่ต้องการ
  • งดอาหารหมักดองทุกชนิด
การดูแลหลังฉีดโบท็อก
การดูแลหลังฉีดฺBotox
  • งดการนวด กด บีบ คลึง จุดที่เพิ่งฉีดโบท็อกมา เป็นเวลา 6-8 ชั่วโมง เพราะยาอาจกระจายไปส่วนอื่นได้
  • งดแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่หลังฉีด 2 สัปดาห์
  • เลี่ยงความร้อนจัดๆหลังฉีด 2 สัปดาห์แรก เช่น เข้าซาวน่า เลเซอร์ความร้อนลงในชั้นผิวลึก
  • งดการทำหน้า นวดหน้า เลเซอร์ทรีตเมนต์ 2 สัปดาห์หลังฉีด

ข้อควรระวัง

  • หญิงตั้งครรภ์หรืออยู่ระหว่างให้นมบุตร ควรเว้นการฉีดโบท็อกไปก่อน

  • ผู้มีความผิดปกติทางกล้ามเนื้อและระบบประสาท ไม่ควรฉีดโบท็อก

  • ผู้ที่มีภาวะเลือดหยุดยาก เขียวช้ำง่าย ควรแจ้งให้แพทย์ทราบ

  • หากมีกำหนดการจะผ่าตัดหรือเคยผ่าตัดที่ใบหน้ามาก่อน ควรแจ้งให้แพทย์ทราบ

  • หากเคยได้รับผลข้างเคียงหรือแพ้โบท็อก ควรแจ้งให้แพทย์ทราบ

เกร็ดความรู้

  • การประคบเย็นจะช่วยลดการไหลเวียนของเลือดรอบๆจุดที่ฉีด ทำให้ตัวยาอยู่เฉพาะจุด ไม่กระจายตัวออกไป
  • ความร้อนจัดอย่าง เลเซอร์ความร้อน ซาวน่า จะทำให้หลอดเลือดขยายตัว ระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้ดี Botoxจึงกระจายไปตามกระแสเลือด สลายไว เห็นผลน้อย
  • หากเกิดอาการ ”ดื้อโบท็อก” ไม่ควรใช้วิธีการฉีดโบท็อกเพิ่มขึ้น แต่ควรเว้นการฉีดไปซักระยะ รอให้ร่างกายสลายโบท็อกจนหมด ใช้เวลาประมาณ 1-2 ปี แล้วค่อยฉีดใหม่

สรุป

Botoxในปัจจุบันมีหลายยี่ห้อที่ให้คุณสมบัติและราคาแตกต่างกันไป จึงควรเลือกใช้ตามลักษณะปัญหาและความต้องการของแต่ละบุคคล

อย่างไรก็ตามผลจากการฉีดBotoxจะไม่ถาวร เนื่องจากสารชนิดนี้สามารถสลายไปได้ จึงต้องกลับมาเติมเป็นระยะ

Special Deal Botox ลด 30%

โปรโมชั่นพิเศษตลอดเดือน พฤษภาคม 2563 เพียงซื้อ Botox

เราลดให้ทันที 30 %

โปร botox filler โบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ ลด 30% ทุกรายการ May2020 promotion