รีวิว Before-After ร้อยไหมเหนียง V-O-LINE ที่ Waleerat Clinic
เหนียง คือ ไขมันที่สะสมอยู่ใต้คาง เกิดขึ้นได้ด้วยหลายสาเหตุ ทั้งจากพฤติกรรมการกินที่มากเกินไป ทำให้มีไขมันส่วนเกินสะสมอยู่ตามร่างกาย รวมไปถึงใต้คาง ส่วนคนที่รูปร่างผอมแต่มีเหนียงอาจเกิดจากพันธุกรรม หรือเกิดจากความหย่อนคล้อยของผิวหนังและกล้ามเนื้อบนใบหน้าเมื่อมีอายุมากขึ้น รวมไปถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ส่งผลให้เกิดเหนียงโดยไม่รู้ตัว เช่น การก้มหน้านานๆ อย่างต่อเนื่อง ก็ทำให้เกิดรอยพับที่คอจนกลายเป็นเหนียงได้
วิธีการลดเหนียงของ Waleerat Clinic จะมีด้วยกัน 3 แบบ คือ
คือวิธีการร้อยไหมเหนียงโดยเห็นผลได้ทันทีและชัดเจนที่สุดภายใน 2-4 สัปดาห์ เป็นหัตถการที่เจ็บตัวน้อย ไม่ต้องศัลยกรรม ไม่ต้องพักฟื้น โดยการร้อยไหมจะไปสลายไขมันและกระตุ้นการทำงานคอลลาเจน เมื่อไหมสลายไปแล้ว คอลลาเจนก็ยังคงทำงานอยู่ ซึ่งคอลลาเจนจะทำหน้าที่ยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยด้วย
คือวิธีการร้อยไหมเหนียงโดยเห็นผลได้ทันทีและชัดเจนที่สุดภายใน 2-4 สัปดาห์ เป็นหัตถการที่เจ็บตัวน้อย ไม่ต้องศัลยกรรม ไม่ต้องพักฟื้น โดยการร้อยไหมจะไปสลายไขมันและกระตุ้นการทำงานคอลลาเจน เมื่อไหมสลายไปแล้ว คอลลาเจนก็ยังคงทำงานอยู่ ซึ่งคอลลาเจนจะทำหน้าที่ยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยด้วย
คือการฉีดไหมสลายไขมันใต้คาง ไหมที่ฉีดจะเข้าไปลดขนาดเซลล์ไขมันใต้คางแล้วกำจัดออกด้วยวิธีธรรมชาติ สามารถเห็นผลลัพธ์ได้ทันที ไม่ต้องพักฟื้น
คือการใช้เครื่อง Thermage FLX ปล่อยพลังงานคลื่นวิทยุไปยังชั้นผิวหนัง ซึ่งจะมีส่วนช่วยให้ไขมันที่สะสมอยู่บริเวณแก้ม ใต้คาง ลำคอให้น้อยลง พร้อมเพิ่มความกระชับยิ่งขึ้น จะเห็นผลได้อย่างชัดเจนใน 4 สัปดาห์
คือการฉีดไหมสลายไขมันใต้คาง ไหมที่ฉีดจะเข้าไปลดขนาดเซลล์ไขมันใต้คางแล้วกำจัดออกด้วยวิธีธรรมชาติ สามารถเห็นผลลัพธ์ได้ทันที ไม่ต้องพักฟื้น
คือการใช้เครื่อง Thermage FLX ปล่อยพลังงานคลื่นวิทยุไปยังชั้นผิวหนัง ซึ่งจะมีส่วนช่วยให้ไขมันที่สะสมอยู่บริเวณแก้ม ใต้คาง ลำคอให้น้อยลง พร้อมเพิ่มความกระชับยิ่งขึ้น จะเห็นผลได้อย่างชัดเจนใน 4 สัปดาห์
Waleerat Clinic ได้ค้นพบเทคนิคใหม่ คือ การร้อยไหม V-O-LINE ที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อแก้ปัญหาเหนียงโดยเฉพาะ ผสมผสานเทคนิคการร้อยไหมพิเศษจากผู้เชี่ยวชาญที่ทั้งยกกระชับและแก้ปัญหาไขมันใต้คาง
หลักการทำงานของร้อยไหมเหนียง V-O-LINE เริ่มต้นจากการกำหนดจุดวางไหมลงไป แล้วเริ่มร้อยไหมจากหลังหู ลงไปยังชั้นไขมัน (SMAS Layer) ด้วยเทคโนโลยีไหมเงี่ยงพิเศษวัสดุสุดพรีเมี่ยม PDO ดีไซน์ 6D โดยไหม 1 เส้นจะมี 2 ทิศทางจึงทำให้ไหมเข้าไปอย่างตรงจุด ไหมจะเข้าไปทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพในเซลล์ผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน พร้อมสลายไขมันส่วนเกินใต้คาง จึงทำให้ Layer ของเหนียงลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งยังช่วยกระชับผิวที่หย่อนคล้อยให้กลับมาเต่งตึงอีกครั้ง นอกจากนั้นยังช่วยปรับรูปหน้าให้สมส่วน เพิ่มความชัดเจนของกรอบหน้า และปรับอารมณ์ของใบหน้าให้ดูไม่อ่อนล้า เพิ่มความโฉบเฉี่ยวและความมั่นใจมากขึ้น
ไหม Ruby No.5 ถือเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมเฉพาะของทางแบรนด์ Waleerat Clinic ที่จะช่วยทำให้ใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์ลง
ผู้ที่มีไขมันส่วนเกินใต้คางมาก เนื่องจากน้ำหนักมาก หรือพันธุกรรม หรือจากการใช้ชีวิตประจำวัน
ผู้ที่ต้องการเพิ่มความคมชัดของกรอบหน้า เพราะสามารถช่วยกระชับผิวที่หย่อนคล้อยได้ ทำให้หน้าดูเรียวเล็กลง
ผู้ที่กลัวความเจ็บจากการศัลยกรรม สามารถใช้วิธีการร้อยไหมแทน โดยให้ผลลัพธ์ที่เหมือนกันแต่เจ็บน้อยกว่า
ขั้นตอนทั้งหมดนี้ดำเนินการโดยอาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และได้รับการออกแบบมาให้สะดวกสบายต่อผู้ใช้บริการทุกกลุ่ม ซึ่งใช้เวลาในการทำประมาณ 60 นาทีเท่านั้น
การดูแลตัวเองทั้งก่อนและหลังร้อยไหมนั้นเป็นเรื่องสำคัญ เพราะผลลัพธ์การร้อยไหมลดเหนียงนั้นจะดีหรือไม่ดี ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองหลังจากทำหัตถการ ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นการช่วยลดความเสี่ยงของผลข้างเคียงจากการร้อยไหมด้วย มาดูกันว่าการดูแลตัวเองทั้งก่อนและหลังร้อยไหมมีวิธีอย่างไรบ้าง
สามารถทำควบคู่กันได้ เมโสแฟตเพื่อสลายไขมันส่วนเกิน และร้อยไหมเพื่อเก็บผิวไม่ให้หย่อนคล้อย
การร้อยไหมลดเหนียง V O LINE จะสามารถเห็นผลลัพธ์ในทันทีหลังจากได้รับการบริการและจะได้ค่อยๆเห็นผลขึ้นเรื่อยๆ หากไหมเริ่มละลายจะอยู่ที่ประมาณ 1-2 สัปดาห์ จะเห็นได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของเหนียงที่ลดลงและยกกระชับขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
โดยปกติจะมีการฉีดยาชาหรือทายาชาบริเวณที่ทำหัตถการเพื่อลดความเจ็บปวดขณะทำ และกาาร้อยไหมจะใช้เข็มเล็กๆ ทำให้รอยแผลมีเพียงแค่ขนาดรูที่สอดไหมเท่านั้น
แพทย์จะมีการวิเคราะห์โครงหน้าของคนไข้แต่ละเคสว่าควรใช้ไหมกี่เส้นจึงจะเหมาะสมและได้ผลลัพธ์ดีที่สุด
