สรุป
TheraFill คือโปรแกรมฟื้นฟูผิวลึกด้วย Atelocollagen ที่ช่วยยกระดับคุณภาพผิวจากภายใน ให้ผิวดูอิ่มฟู ชุ่มชื้น และเรียบเนียนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
เหมาะกับผู้ที่ต้องการผิวสุขภาพดีแบบไม่โป๊ะ ไม่เน้นการเปลี่ยนรูปหน้า แต่เน้นผิวที่ดูแพงและละมุนขึ้นจริง
THERAFILL
คืออะไร
โปรแกรม TheraFill คือโปรแกรมฟื้นฟูผิวด้วย Atelocollagen Type I บริสุทธิ์ ที่ออกแบบมาเพื่อเติมเต็มโครงสร้างผิวในระดับลึก ช่วยให้ผิวกลับมาอิ่มฟู เรียบเนียน และดูสุขภาพดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
เแตกต่างจากการเติมเต็มทั่วไป โปรแกรม TheraFill เน้นการ ฟื้นฟูคุณภาพผิว (Skin Quality) มากกว่าการเพิ่มปริมาตรเพียงอย่างเดียว ทำให้ผลลัพธ์ดูละมุน ไม่หลอกตา
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาผิวโทรม ผิวล้า หรือผิวที่เริ่มสูญเสียความอิ่มน้ำ ให้กลับมาดูสดใส สุขภาพดี และอ่อนเยาว์ขึ้นในระยะยาว
ส่วนประกอบ
THERAFILL
TheraFill โดดเด่นด้วยการผสานสารสำคัญหลายชนิดที่ช่วยฟื้นฟูผิวแบบครบมิติ ทั้งการเติมเต็ม ความชุ่มชื้น และการซ่อมแซมระดับเซลล์ โดยประกอบด้วย:
1. Atelocollagen (Pure Collagen)
คอลลาเจนบริสุทธิ์ที่ผ่านการสกัด เพื่อลดการกระตุ้นภูมิแพ้ มีความใกล้เคียงกับผิวมนุษย์ ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้แข็งแรง เพิ่มความยืดหยุ่น และทำให้ผิวดูอิ่มฟู
2. Cross-linked Hyaluronic Acid (HA พลังงานสูง)
ไฮยาลูรอนิก แอซิด ที่ผ่านการ Cross-link ทำให้สามารถกักเก็บน้ำได้ดีขึ้น ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวลึกยาวนาน ลดความแห้งกร้าน และทำให้ผิวดูฉ่ำวาว สุขภาพดี
3. Vitamins & Minerals (วิตามินและแร่ธาตุ)
สารอาหารสำคัญที่ช่วยบำรุงผิวในระดับเซลล์ กระตุ้นการทำงานของผิวให้แข็งแรง ฟื้นฟูผิวที่อ่อนล้าให้กลับมาดูสดใสขึ้น
4. Antioxidants (สารต้านอนุมูลอิสระ)
ช่วยปกป้องผิวจากความเสื่อมที่เกิดจากอนุมูลอิสระ ลดการทำลายคอลลาเจน และชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย
5. Nucleotides (นิวคลีโอไทด์)
มีบทบาทสำคัญในการซ่อมแซมและฟื้นฟูเซลล์ผิว ช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่ ทำให้ผิวแข็งแรงและฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
THERAFILL
เหมาะกับใคร
โปรแกรม TheraFill เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้กลับมาดูอิ่มฟู สุขภาพดี โดยเน้นผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ ไม่เน้นการเติมจนเปลี่ยนรูปหน้า
เหมาะทั้งสำหรับผู้ที่เริ่มมีสัญญาณผิวเสื่อม และผู้ที่อยากยกระดับคุณภาพผิวให้ดูเรียบเนียน ฉ่ำใส และดูเด็กลงอย่างละมุนในระยะยาว
กลุ่มที่เหมาะกับ TheraFill
- ผู้ที่ผิวเริ่มบาง แห้ง ขาดความยืดหยุ่น
- ผู้ที่มีริ้วรอยเล็ก ๆ หรือผิวไม่เรียบเนียน
- คนที่ต้องการหน้าใส ฉ่ำ ฟู แบบ Glass Skin
- ผู้ที่เคยฉีด filler แล้วอยากได้ผลลัพธ์ที่ดูธรรมชาติมากขึ้น
- คนที่ต้องการฟื้นฟูผิวระยะยาว (Skin Longevity)
THERAFILl ช่วยอะไร
โปรแกรม TheraFill ช่วยฟื้นฟูผิวแบบลึกถึงโครงสร้าง โดยไม่ได้เน้นแค่ความสวยภายนอก แต่เน้นการ “ซ่อมผิวจากภายใน” เพื่อให้ผิวกลับมาแข็งแรง
อิ่มฟู และดูสุขภาพดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับการแก้ปัญหาผิวหลายด้านในครั้งเดียว ทั้งความแห้งกร้าน ริ้วรอย และผิวที่ดูโทรมหรืออ่อนล้า
ผลลัพธ์หลักของ TheraFill
- เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว (Deep Hydration)
- ฟื้นฟูคอลลาเจนใต้ผิว
- ลดริ้วรอยเล็ก ๆ และรอยย่น
- ทำให้ผิวดูอิ่มฟู สุขภาพดี
- ปรับผิวให้เรียบเนียน กระจ่างใส
TheraFill VS Collaju ต่างกันยังไง?
ในยุคที่การฟื้นฟูผิวมีหลายตัวเลือก ทั้ง Collaju และ TheraFill ต่างก็เป็นโปรแกรมยอดนิยมที่ช่วยให้ผิวดูอิ่มฟูและสุขภาพดีขึ้น แต่มีจุดเด่นและกลไกการทำงานที่แตกต่างกัน การเลือกให้เหมาะกับสภาพผิวและผลลัพธ์ที่ต้องการจึงเป็นสิ่งสำคัญ
ส่วนประกอบหลัก
TheraFill ใช้ Atelocollagen Type I บริสุทธิ์ ผสมผสานกับ Cross-linked Hyaluronic Acid, วิตามิน, แร่ธาตุ, สารต้านอนุมูลอิสระ และ Nucleotides
เพื่อฟื้นฟูผิวแบบครบมิติในระดับเซลล์Collaju ใช้คอลลาเจนบริสุทธิ์จากหมู (Porcine Collagen) ผสม Lidocaine เน้นกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่เพื่อลดริ้วรอยและเพิ่มความยืดหยุ่นของผิว
จุดเด่น
TheraFill เน้นฟื้นฟูคุณภาพผิว (Skin Quality) แบบองค์รวม ให้ผิวอิ่มฟู ชุ่มชื้น และเรียบเนียนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เหมาะกับผู้ที่ต้องการผิวสุขภาพดีแบบ Glass Skin
Collaju เน้นกระตุ้นคอลลาเจนและเติมเต็มร่องลึก เหมาะกับผู้ที่มีริ้วรอยชัดเจนหรือต้องการเติมเต็มร่องแก้ม ร่องจมูก
ระยะเวลาผลลัพธ์
ทั้ง TheraFill และ Collaju ให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานสูงสุด 6–12 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ และการดูแลหลังทำ โดย TheraFill เห็นผลชัดขึ้นใน 1–2 สัปดาห์หลังการทำ ส่วน Collaju เห็นผลเร็วทันทีหลังทำ
เหมาะกับใคร?
หากต้องการ ฟื้นฟูผิวให้อิ่มฟู ชุ่มชื้น ดูอ่อนเยาว์ แบบธรรมชาติโดยไม่เปลี่ยนรูปหน้า แนะนำ TheraFill หากต้องการ ลดริ้วรอยลึกและเพิ่มความยืดหยุ่นผิว ในจุดเฉพาะ แนะนำ Collaju ทั้งสองโปรแกรมสามารถทำร่วมกันได้ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ✨
ข้อแนะนำก่อนตัดสินใจทำ TheraFill หรือ Collaju
ก่อนตัดสินใจเลือกโปรแกรม ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินสภาพผิวจริง เนื่องจากผิวแต่ละคนมีความต้องการที่แตกต่างกัน
แพทย์จะสามารถแนะนำได้ว่าควรทำ TheraFill เพียงอย่างเดียว หรือควรทำร่วมกับ Collaju เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับคุณโดยเฉพาะ
นอกจากนี้ ควรแจ้งประวัติการแพ้ยาหรือส่วนประกอบคอลลาเจนให้แพทย์ทราบก่อนทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
หากสนใจทำ TheraFill สามารถนัดปรึกษาแพทย์ได้ฟรีที่ Waleerat Clinic สาขาสยามสแควร์วัน เปิดทุกวัน 10:00–20:00 น.
ไม่มีค่าใช้จ่ายในการปรึกษา ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญพร้อมวิเคราะห์ผิวและแนะนำโปรแกรมที่เหมาะสมที่สุดให้คุณ พร้อมออกแบบแผนการดูแลผิวระยะยาวที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์และงบประมาณของคุณ
สำหรับผู้ที่ผิวเริ่มแสดงสัญญาณของการสูญเสียความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่น การทำ TheraFill เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าเพราะช่วยแก้ปัญหาได้หลายด้านในการทำเพียงครั้งเดียว
ไม่ว่าจะเป็นผิวแห้ง ผิวหมองคล้ำ หรือริ้วรอยเล็กๆ ที่เริ่มปรากฏ โดยผลลัพธ์จะค่อยๆ เห็นชัดขึ้นตามธรรมชาติใน 1-2 สัปดาห์หลังการทำ และผิวจะดูสุขภาพดีขึ้นอย่างยั่งยืนและเป็นธรรมชาติที่สุด ครับ/ค่ะ
THERAFILL
ราคาเท่าไหร่
-
ราคา 1 กล่อง 16,999
Before & After
รีวิวภาพก่อนและหลังทำหัตถการ Therafill เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่คุณต้องสัมผัสด้วยตัวคุณเอง
กดที่รูปเพื่อขยายภาพ
Celebrity Review
Trusted by the Stars
ขั้นตอนการทำ Therafill
โดยขั้นตอนในการทำ Therafill มีดังนี้
- วิเคราะห์รูปหน้าโดยแพทย์ผู้ชำนาญ – แพทย์ทำการประเมินและวิเคราะห์ปัญหาผิวหน้าในเบื้องต้นว่าเหมาะกับการทำ Therafill หรือไม่
- ทำความสะอาดใบหน้า –ทำความสะอาดผิวหน้า เพื่อความปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ดีที่สุด
- ทำการฉีด Therafill– สามารถทำได้ทั้งแบบทั่วหน้าและเฉพาะจุด
การดูแลตัวเอง ก่อนและหลังจากทำ Therafill
- หลีกเลี่ยงยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด ยาแอสไพริน ยา NSAIDs และอาหารเสริมที่ทำให้เลือดแข็งตัวช้า เช่น น้ำมันปลาและวิตามินอี
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ โดยเฉพาะในช่วงวันก่อนเข้ารับบริการ เพื่อให้ผิวของคุณได้รับความชุ่มชื้นและพร้อมต่อการทำหัตถการ
งดทำหัตถการที่รบกวนผิวหน้า เช่น เลเซอร์ ผลัดเซลล์ผิว หรือทรีตเมนต์แรง ๆ อย่างน้อย 3–5 วันก่อนทำ
- งดการแต่งหน้าอย่างน้อย 6 ชั่วโมง
- ห้ามนวด กดหรือบีบในบริเวณที่ทำเพื่อป้องกันการอักเสบหรือติดเชื้อ
- งดเว้นการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออก เช่น การออกกำลังกาย อย่างน้อย 4-7 วัน
- งดเว้นการแคะ แกะ เกา และสัมผัสใบหน้า โดยเฉพาะบริเวณแผล เพื่อลดโอกาสในการติดเชื้อ
- สามารถใช้น้ำแข็งประคบเย็นเพื่อลดอาการบวมและรอยแดงในบริเวณที่ทำหัตถการได้
Find the perfect doctor
ทีมแพทย์ที่มีความมุ่งมั่น และมีประสบการณ์ที่จะช่วยให้คุณค้นพบการดูแลที่คุณต้องการ ด้วยความชำนาญเฉพาะทางในสาขาการแพทย์ที่หลากหลาย เราจะจับคู่คุณกับแพทย์ที่เหมาะสมที่สุด
คำถามที่พบบ่อย
TheraFill เน้นฟื้นฟู “คุณภาพผิว” ให้ดีขึ้นจากภายใน ส่วนฟิลเลอร์เน้น “เติมเต็มโครงหน้า” ดังนั้น TheraFill จะให้ลุคผิวสวยธรรมชาติ ไม่ดูโป๊ะหรือบวม
หลังทำผิวจะดูชุ่มชื้นขึ้นทันที และจะเห็นผลชัดขึ้นใน 1–2 สัปดาห์ เมื่อผิวเริ่มฟื้นฟูตัวเอง
ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 3–6 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลหลังทำ
แนะนำทำต่อเนื่อง 2–3 ครั้ง เพื่อฟื้นฟูผิวให้เต็มประสิทธิภาพ และช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น
กลุ่มที่ไม่เหมาะกับ TheraFill
- ผู้ที่มีประวัติแพ้คอลลาเจน หรือส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์
- ผู้ที่มีการติดเชื้อหรืออักเสบบริเวณผิวหน้า เช่น สิวอักเสบรุนแรง ผื่น หรือแผลเปิด
- ผู้ที่มีโรคผิวหนังบางชนิด เช่น โรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง (Autoimmune disease)
- หญิงตั้งครรภ์ หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
- ผู้ที่มีประวัติเป็นคีลอยด์ง่าย หรือแผลหายช้า
- ผู้ที่เพิ่งทำหัตถการรุนแรง เช่น เลเซอร์ลึก หรือผ่าตัดผิวหนัง (ควรรอให้ผิวฟื้นตัวก่อน)
© 2024 Waleerat Clinic. All Rights Reserved.
