Thread Lifting

ร้อยไหม

อ่านที่เดียวจบ ทุกเรื่องที่คุณอยากรู้เกี่ยวกับร้อยไหม ล่าสุดปี 2024

ร้อยไหม(Thraead lifting) คือ เทคนิคที่ของกระบวนการปรับรูปใบหน้าแบบไม่ต้องผ่าตัด เหมาะกับคนที่มีใบหน้าหย่อนคล้อย หรือมีริ้วรอยบนใบหน้า อันเป็นผลลัพธ์จากการเปลี่ยนแปลงไปตามวัย ร้อยไหมจะเข้ามาช่วยยกกระชับ ฟื้นฟูสภาพผิว ลดเลือนริ้วรอย รวมถึงปรับรูปหน้าให้ดูเรียว อ่อนเยาว์ขึ้น

มารู้จักการร้อยไหม
นวัตกรรมสวยเรียวได้แบบไม่ต้องผ่าตัด

ร้อยไหมคืออะไร

ร้อยไหม เป็นการเอาเส้นไหมมาร้อยเป็นเครือ ณ บริเวณใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวบริเวณที่ทำการร้อยนั้น เกิดการอักเสบ นำไปสู่การสร้างเส้นเลือดใหม่ กระตุ้นเซลล์ผิวสร้างเส้นใยของคอลลาเจนขึ้นมา ทำให้ใบหน้ายกกระชับ เรียวได้รูปขึ้น 

ร้อยไหมช่วยฟื้นฟูสภาพของผิว โดยไม่จำเป็นที่จะต้องผ่าตัด ซึ่งถือว่าเป็นนวัตกรรมที่มีความรวดเร็ว และเห็นผลลัพธ์ได้ชัดเจนหลังทำ

ไหมที่ได้รับความนิยมในการร้อยไหมนั้นจะเป็นไหมละลาย มีคุณสมบัติย่อยสลายได้ผ่านกระบวนการธรรมชาติของร่างกาย โดยตัวไหมนั้นจะมีความสามารถในการสลาย ภายใน 8 เดือน โดยที่ไม่มีสารตกค้างในชั้นผิว

ผลลัพธ์การร้อยไหม หลังจากที่ทำการร้อยไหมเสร็จจะสามารถเห็นผลลัพธ์ได้ทันที 30% และจะยิ่งเห็นผลลัพธ์ความกระชับและเข้ารูปของใบหน้าได้ชัดเจนยิ่ง หลังจากที่ผิวเข้าที่ 3 เดือนโดยประมาณ ซึ่งผลของความยกกระชับเข้ารูปนั้น 

ร้อยไหมสามารถอยู่ได้ประมาณ 2 ปีขึ้นไป โดยผลลัพธ์ที่ได้ ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

เลือกหัวข้อที่คุณสนใจ

ร้อยไหมบริเวณไหนได้บ้าง

ร้อยไหม vs ฉีดไหม

ร้อยไหม (Thread Lifting) คือเทคนิคการกระตุ้นให้เซลล์ผิวหน้าสร้างคอลลาเจนขึ้นมา ให้ได้ผิวหน้าที่อ่อนเยาว์และกระชับมากขึ้น โดยใช้วิธีร้อยไหมเข้ากับใบหน้าเพื่อให้เกิดการกระตุ้นดังกล่าว

ฉีดไหม (Thread Injection) นั้นเป็นเทคนิคกระตุ้นให้เซลล์ผิวหนังผลิตคอลลาเจนเพื่อให้ได้ผิววัยเยาว์ ไม่หย่อนคล้อย กระชับรูปใบหน้าเช่นเดียวกันกับการร้อยไหม แต่วิธีที่ใช้นั้น จะฉีดไหมที่เคลือบด้วยยาสลายไขมันเข้าไปบริเวณผิวใบหน้า เพื่อสลายเซลลูไลท์หรือไขมันส่วนเกินในบริเวณที่เราต้องการ นับว่าาเป็นอีกหนึ่งกรรมวิธียกกระชับ คืนความเยาว์ให้ใบหน้าโดยไม่ทิ้งสารอันตรายตกค้างภายในร่างกาย

นอกจากการฉีดไหมแล้ว ยังมีการฉีดไหมน้ำเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกเพิ่มเติม 

ฉีดไหมน้ำ (Collagen Stimulator) คืออะไร?

การฉีดไหมน้ำ คือ นวัตกรรมการเติมเต็มผิวหน้าที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปี 2024 โดยไหมน้ำจะเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น กระชับ และดูอ่อนเยาว์ขึ้น การฉีดไหมน้ำสามารถทำได้แทบทุกบริเวณบนใบหน้า เพื่อแก้ไขปัญหาผิวที่แตกต่างกันไป

ไหมน้ำยอดนิยมในปี 2024 (ผ่าน อย.)

  • Ultracol:ไหมน้ำชนิด PDO (Polydioxanone) ที่มีลักษณะเป็นผงละเอียด เมื่อฉีดเข้าผิวหนังจะละลายเป็นน้ำและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ช่วยลดเลือนริ้วรอยและกระชับผิวหน้า
  • Sculptra:ไหมน้ำชนิด PLLA (Poly-L-lactic acid) ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอย่างต่อเนื่อง เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยและต้องการยกกระชับผิวหน้า
  • Juvelook:ไหมน้ำชนิด PLLA (Poly-L-lactic acid) ที่มีอนุภาคขนาดเล็ก ช่วยเติมเต็มร่องลึกและริ้วรอยบนใบหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ
  • GOURI:ไหมน้ำชนิด PCL (Polycaprolactone) ที่มีโมเลกุลขนาดใหญ่ ช่วยยกกระชับผิวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ยาวนานกว่าไหมน้ำชนิดอื่น

ร้อยไหม หรือ ฉีดไหม ดีกว่ากัน? เปรียบเทียบให้เห็นชัด ตัดสินใจง่าย!

สาวๆ คนไหนอยากหน้าเป๊ะ ปรับรูปหน้า หรืออยากลดเลือนริ้วรอยบ้างคะ? วันนี้เรามี 2 ตัวเลือกเด็ดมาฝากกันค่ะ นั่นก็คือ “ร้อยไหม” และ “ฉีดไหม” ซึ่งทั้งสองวิธีนี้ก็มีดีคนละแบบ จะต่างกันยังไง ไปดูกันเลย!

เหมือนกันตรงไหน?

  • ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้นนาน แถมยังช่วยกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิวให้กลับมาเด้งดึ๋งอีกด้วย

ต่างกันยังไงล่ะ?

ร้อยไหม VS ฉีดไหม: เลือกแบบไหนให้สวยปัง!

ร้อยไหม ฉีดไหม (ไหมละลาย)
วิธีทำ ใช้เข็มร้อยไหมไว้ใต้ผิว เพื่อยกกระชับและปรับรูปหน้า ฉีดไหมละลายที่มีตัวยาสลายไขมันเข้าไปในผิว
ผลลัพธ์ เน้นยกกระชับหน้า ลดริ้วรอยต่างๆ ปรับรูปหน้าให้เรียวสวย เน้นสลายไขมันส่วนเกิน กระชับผิว ลดเลือนริ้วรอยเล็กๆ
เห็นผล ทันทีหลังทำ สวยเป๊ะปังสุดๆ ประมาณ 2-3 เดือน ชัดเจนใน 2-4 สัปดาห์
อยู่ได้นาน ประมาณ 6-12 เดือน ประมาณ 6-8 เดือน
ผลข้างเคียง อาจมีอาการบวม ช้ำ หรือตึงๆ บริเวณที่ร้อยไหม อาจมีบวม แดง หรือระคายเคืองนิดหน่อยบริเวณที่ฉีด
เหมาะกับใคร คนที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย อยากยกกระชับหน้า หรือปรับรูปหน้า คนที่มีไขมันส่วนเกินเล็กน้อย อยากสลายไขมันให้หน้าเรียวเล็ก

ใครบ้างนะที่เหมาะจะร้อยไหม? มาเช็คกัน!

การร้อยไหมเป็นเทคนิคยกกระชับใบหน้าที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้เรียวสวย กระชับผิวหย่อนคล้อย ลดเลือนริ้วรอย และฟื้นฟูผิวให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้น โดยไม่ต้องผ่าตัดให้เจ็บตัว

ใครบ้างที่เหมาะกับการร้อยไหม?

  • ผู้ที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป: โดยทั่วไปแล้ว การร้อยไหมเหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป เพราะเป็นช่วงที่ผิวเริ่มสูญเสียความยืดหยุ่นและคอลลาเจน ทำให้เกิดริ้วรอยและผิวหย่อนคล้อย
  • ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง: การร้อยไหมสามารถช่วยยกกระชับผิวบริเวณแก้ม คาง กรอบหน้า และลำคอได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ผู้ที่มีริ้วรอย: ริ้วรอยตื้นๆ หรือร่องลึก เช่น ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก สามารถลดเลือนได้ด้วยการร้อยไหม
  • ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้า: การร้อยไหมสามารถช่วยปรับรูปหน้าให้เรียวสวยขึ้นได้ เช่น ยกกระชับแก้ม ลดเหนียง หรือปรับรูปคาง
  • ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิว: การร้อยไหมจะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวแข็งแรงและดูอ่อนเยาว์ขึ้น

ใครบ้างที่ไม่เหมาะกับการร้อยไหม?

  • ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพบางอย่าง: เช่น โรคเลือด โรคภูมิคุ้มกัน หรือมีประวัติแพ้สารบางชนิด ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร: ไม่แนะนำให้ทำการร้อยไหมในช่วงนี้
  • ผู้ที่มีผิวหนังอักเสบหรือติดเชื้อ: ควรรอให้ผิวหายดีก่อนทำการร้อยไหม

การร้อยไหมอันตรายไหม? มาดูข้อดี-ข้อเสียกัน

การร้อยไหมเป็นหัตถการที่ค่อนข้างปลอดภัย เมื่อทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและใช้ไหมละลายที่ได้มาตรฐาน อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีข้อดีข้อเสียที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจทำ

ข้อดีของการร้อยไหม

  • ยกกระชับผิวหน้า: ช่วยแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้น
  • ลดเลือนริ้วรอย: ริ้วรอยตื้นๆ หรือร่องลึกสามารถลดเลือนลงได้
  • ปรับรูปหน้า: ช่วยให้ใบหน้าเรียวสวยขึ้น เช่น ยกกระชับแก้ม ลดเหนียง
  • ฟื้นฟูผิว: กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวแข็งแรงและดูสดใส
  • ไม่ต้องผ่าตัด: เป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ ไม่ต้องพักฟื้นนาน
  • เห็นผลเร็ว: เห็นผลการเปลี่ยนแปลงได้ทันทีหลังทำ

ข้อเสียของการร้อยไหม

  • อาจมีผลข้างเคียง: อาจเกิดอาการบวม ช้ำ หรือติดเชื้อได้ แต่ส่วนใหญ่มักหายไปเองภายในไม่กี่วัน
  • ผลลัพธ์ไม่ถาวร: ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 6 เดือนถึง 2 ปี ขึ้นอยู่กับชนิดของไหมและการดูแลรักษา
  • ค่าใช้จ่ายสูง: ค่าใช้จ่ายในการร้อยไหมค่อนข้างสูง
  • ต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ: เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดี ควรเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานและมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ไหมมีกี่ชนิด ลักษณะหน้าตาของไหมแต่ละชนิด

ไหมละลาย

ไหมที่ใช้สำหรับการร้อยไหมนั้น ปัจจุบันจะมีด้วยกันอยู่ 2 แบบ คือ ไหมไม่ละลาย และไหมละลาย 

ไหมที่คลินิกส่วนใหญ่เลือกใช้นั้นเป็นไหมละลาย เพราะเป็นไหมที่รับรองได้ว่าปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียง ไม่ทิ้งสารตกค้างอันตรายหรือกระตุ้นภาวะแทรกซ้อน ซึ่งไหมทั้ง 2 แบบมีลักษณะแตกต่างกัน ดังนี้

ไหมไม่ละลาย

ไหมทองคำ เป็นไหมชนิดแบบไม่ละลาย ที่อาจอันตราย และไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องการร้อยไหมโดยทั่วไปเท่าไหร่นัก 

ไหมทองคำเป็นไหมชนิดไม่ละลาย ไม่เหมาะกับการร้อยไหมทั่วไป เพราะอาจมีผลข้างเคียงมากกว่าไหมละลายชนิดอื่น เช่น ห้ามเข้าเครื่อง MRI หรือเอกซเรย์ เนื่องจากทองคำเป็นโลหะ อาจทำให้เกิดความร้อนสูงจนไหม้ได้

หากสนใจร้อยไหม แนะนำให้เลือกไหมละลาย เช่น PDO หรือ PCL ซึ่งปลอดภัยกว่าและไม่ก่อให้เกิดปัญหาเมื่อเข้าเครื่อง MRI หรือเอกซเรย์

วลีรัตน์คลินิกให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของคนไข้เป็นอันดับแรก จึงเลือกใช้ เฉพาะไหมละลาย ที่ได้มาตรฐานเท่านั้น เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าจะสวยอย่างปลอดภัยและไม่มีผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์

เข็มร้อยไหมมีกี่แบบกันนะ? มาดูกัน!

ร้อยไหมให้สวย ปลอดภัย ต้องเลือกเข็มให้ดี! รู้ไหมว่าเข็มที่ใช้ร้อยไหมมีหลายแบบนะ แต่ละแบบก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันไป 

คุณหมอที่เก่งๆ จะเลือกใช้เข็มให้เหมาะกับผิวเราและจุดที่ร้อย เพื่อลดโอกาสบวมช้ำ ใครอยากร้อยไหมก็สบายใจได้เลย เพราะคุณหมอจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้เราแน่นอน!

บริการร้อยไหมของ Waleerat Clinic
มีอะไรบ้าง

บริการร้อยไหมของ Waleerat Clinic มีให้บริการหลายแบบเพื่อให้เหมาะกับความต้องการของคนไข้

Thread liftiing and Thread Injection Service

เลือกบริการร้อยไหมแบบไหนถึงจะใช่กับปัญหาผิวเรา?

ขั้นตอนการร้อยไหม

การร้อยไหม ช่วยให้ใบหน้ากระชับและดูดีขึ้น 

ซึ่งสิ่งที่ผู้ที่ร้อยไหมควรเตรียมตัว ดังนี้

ร้อยไหมขั้นตอน 1

1. วิเคราะห์โครงหน้าและบริเวณในการร้อยไหม

ศัลยแพทย์จะประเมินแนวทางและวิธีการรักษา วัสดุและจำนวนของไหม รวมถึงเทคนิคในการร้อยไหมจากการวิเคราะห์ปัญหาผิวหนังจากใบหน้าของผู้เข้ารับบริการ
ร้อยไหมขั้นตอน 2

2. จัดเตรียมผิวหน้าก่อนเริ่มร้อยไหม

ทำความสะอาดผิวหน้า ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อเพื่อเตรียมผิวหนังบริเวณใบหน้าให้ปราศจากเชื้อ พร้อมสำหรับการร้อยไหม ดังนั้น จึงไม่ควรจับใบหน้าหลังการฆ่าเชื้อ เพราะทำให้เชื้อโรคปนเปื้อนได้

ฉีดยาชา โดยจะฉีดตัวยาชาเข้าไปใต้ผิวหนังตามแนวไหมที่จะร้อย คนไข้จะรู้สึกแสบเล็กน้อยจากตัวยาชา ใช้เวลาออกฤทธิ์ประมาณ 5 นาที แล้วจึงเริ่มกระบวนการร้อยไหม

วาดจุดบนใบหน้า เนื่องจากผู้เข้ารับบริการมีเงื่อนไข ลักษณะใบหน้า หรือปัญหาผิวที่แตกต่างกัน ทางศัลยแพทย์จึงต้องประเมินเพื่อวิเคราะห์แนวทางและวิธีการรักษา 

การวาดจุดบนใบหน้าเพื่อวางแผนแก้ปัญหาอย่างตรงจุด โดยแนวการวางไหมพื้นฐานแล้วจะเริ่มต้นที่ 4 เส้น แบ่งเป็นข้างละ 2 เส้น และจะปรับไปตามปัญหา และรูปหน้าของคนไข้

ร้อยไหมขั้นตอน 3

3. กระบวนการร้อยไหมและการปิดแผล

แพทย์จะค่อยๆ ใส่เส้นไหมเข้าไปใต้ชั้นผิวหนัง SMAS ทีละเส้น ตามแนวไหมที่ประเมินไว้ คนไข้จะไม่รู้สึกเจ็บเนื่องจากฤทธิ์ของยาชา จะมีเพียงความรู้สึกตึงเล็กน้อยจากการร้อยไหม

เมื่อแพทย์ร้อยไหมตามแนวไหมที่ประเมินไว้จนเสร็จสิ้นแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายของการร้อยไหม คือทำการตัดไหม หรือในไหมบางชนิดจะมีการผูกปมไหม ซึ่งเมื่อตัดปลายไหมออก จะไม่เห็นเส้นหรือปมไหมแต่อย่างใด จากนั้นก็จะทำความสะอาดผิวหน้าและปิดพลาสเตอร์บริเวณรูไหมให้กับคนไข้ เป็นอันจบขั้นตอน

ร้อยไหม ราคาเท่าไหร่

ราคาร้อยไหม voline
ราคาร้อยไหม onyx
ราคาร้อยไหม grand diamond
ราคาร้อยไหม emerald

ทำไมถึงต้องร้อยไหมที่ Waleerat Clinic

อันดับ 1 เรื่องของการร้อยไหมในเอเชีย พร้อมด้วยแพทย์ที่เป็นอาจารย์สอนและได้รับรางวัลด้านร้อยไหมระดับเอเชีย ทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์กว่า 10 ปีในด้านการร้อยไหมโดยเฉพาะ

พร้อมด้วยเครื่องมือ และความปลอดภัยที่ได้มาตรฐานของคลินิกระดับสากล

รีวิวร้อยไหม

จากเดิมจะเห็นได้ว่าใบหน้ามีร่องแก้มค่อนข้างลึก และใบหน้าดูไม่กระชับ แต่หลังจากการทำร้อยไหมจะเห็นได้ว่าร่องแก้มนั้นหายไป พร้อมทั้งหน้ายังกระชับและดูเรียวมากยิ่งขึ้น

ก่อน-หลังร้อยไหม
ดูแลตัวเองยังไงดี

สำหรับผู้ที่สนใจ และตั้งใจจะเข้ารับบริการร้อยไหมเพื่อรักษาปัญหาผิวด้วยวิธี อีกหนึ่งสิ่งที่ควรรู้ คือ วิธีการเตรียมตัวและการดูแลผิวตัวเอง ทั้งก่อนทำและหลังทำซึ่งส่งผลกับผลลัพธ์ได้อย่างคาดไม่ถึง ซึ่งวิธีการเตรียมตัวที่ว่ามานั้น มีดังต่อไปนี้
ก่อนร้อยไหม

ก่อนทำการร้อยไหม

ศึกษาข้อมูล ความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับการร้อยไหมอย่างละเอียด เช่น การเลือกคลินิก การเลือกหมอ และเทคนิคในการทำ เพื่อผลลัพธ์ที่ดี ปลอดภัย และช่วยลดความกังวล เกี่ยวกับผลข้างเคียงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้
งดการแว็กผิว การดึงขน กำจัดขน หรือทำกิจกรรมใดๆ ก็ตามที่เป็นเหตุให้เกิดการผลัดเซลล์ผิวเป็นเวลา 3 วัน ก่อนทำหัตถการ
มีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์ หรือเตรียมข้อมูลยาที่กินเป็นประจำ เพื่อแจ้งกับศัลยแพทย์ก่อนที่จะทำหัตถการ
• งดกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีด 24 ชม. ก่อนเข้ารับหัตถการ เช่น เข้าซาวน่า ออกกำลังกายชนิด cardio
งดดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชม. ก่อนเข้ารับบริการหัตถการดังกล่าว

หลังร้อยไหม

ดูแลตัวเองหลังจากร้อยไหม

เลี่ยงแตะจุดที่ผ่านการร้อยไหม รวมถึงการเกา การกดนวด ตรงผิวหนังบริเวณนั้นๆ ซึ่งอาการต่างๆ หลังทำการร้อยไหมนั้นจะค่อยๆดีขึ้น ภายใน 2-3 วัน
ไม่ควรนวดหน้าแรงๆ ตรงบริเวณที่ร้อยไหม เป็นเวลา 2 เดือน
กินยาฆ่าเชื้อ ในกรณีที่ไม่ได้กินยาฆ่าเชื้อก่อนเข้ารับบริการหัตถการ หลังทำควรรีบกินยาฆ่าเชื้อทันที
งดหัตถการอื่นๆ เช่น การยิงเลเซอร์ หรือหัตถการใดๆ ที่ต้องใช้ความร้อนลงผิวชั้นลึก เป็นเวลา 1 เดือน
งดหมูกระทะ ปิ้งย่าง ชาบู หรือมื้ออาหาร กิจกรรมที่ต้องนั่งหน้าเตาร้อนๆ
งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทุกชนิด
งดอาหารรสจัด ไม่ว่าจะหวานจัดหรือเผ็ดจัด เพราะจะกระตุ้น กระบวนการอักเสบได้
งดสูบบุหรี่ ในบุหรี่มีสารหลายชนิดที่ขยายหลอดเลือด อาจเป็นอันตรายได้

โปรโมชั่น

อย่าพลาดข้อเสนอพิเศษของเรา! บริการคุณภาพสูงในราคาที่เหมาะสมและโปรโมชั่นพิเศษ สัมผัสประสบการณ์ที่ดีที่สุดกับเรา!

Before and After
Thread LIFTING

รีวิวภาพก่อนและหลังเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่น่าทึ่ง ที่คุณต้องสัมผัสด้วยตัวคุณเอง

 

กดที่รูปเพื่อขยายภาพ

Find the perfect doctor

ทีมแพทย์ที่มีความมุ่งมั่น และมีประสบการณ์ที่จะช่วยให้คุณค้นพบการดูแลที่คุณต้องการ ด้วยความชำนาญเฉพาะทางในสาขาการแพทย์ที่หลากหลาย เราจะจับคู่คุณกับแพทย์ที่เหมาะสมที่สุด

แพทย์หญิงวลีรัตน์ ทวีบรรจงสิน
ร้อยไหม ศัลยกรรมตา
แพทย์หญิงธัญสินี อุณหสุทธิยานนท์
ร้อยไหม และศัลยกรรมตา
แพทย์หญิงอารดา ด่านณรงค์ชัย
ร้อยไหม และศัลยกรรมตา
แพทย์หญิงนวรัตน์ รุ่งศรีศศิธร
ร้อยไหม
แพทย์หญิงจิตต์ศจี สิชฌนุกฤษฏ์
ร้อยไหม และผิวพรรณ
แพทย์หญิงสุวิดา เหลืองวัฒนากิจ
ร้อยไหม
แพทย์หญิงนัทธมน ลิ้มสุชัยวัฒน์
ร้อยไหม และผิวพรรณ
แพทย์หญิงดิษญาณิณพ์ ทวีธนัตสิทธิ
ศัลยแพทย์ด้านความงาม
แพทย์หญิงรัญชน์ลภัส ศรีวราสาสน์
ร้อยไหม
นายแพทย์ณัฏฐ์ บุญสะสมทรัพย์
ฟิลเลอร์ ร้อยไหม

คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับการร้อยไหม

อาจมีความรู้สึกเจ็บเล็กน้อยแต่ไม่รุนแรง เพราะ ศัลยแพทย์จะใช้ยาชาร่วมด้วย เพื่อบรรเทาความเจ็บขณะร้อยไหม

โดยทั่วไปแล้ว หลังร้อยไหม ในช่วง 3-4 วันแรกจะบวมมากขึ้น และหลังจากนั้น อาการบวมจะเริ่มยุบลง จนเข้าที่ใน 14 วัน และเห็นผลชัดเจนในช่วงประมาณ 2 เดือน

ผลลัพธ์จากร้อยไหมอยู่ได้ประมาณ 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
ส่วนใหญ่จะใช้ไหมประมาณ 4-10 เส้น สามารถเห็นผลลัพธ์ได้หลังทำ และจะเห็นความเข้ารูปกระชับของใบหน้า เห็นผลลัพธ์สูงสุดหลังการร้อยไหม 1 เดือน
การร้อยไหม สามารถทำได้เรื่อยๆ เพราะไหมที่ใช้เป็นไหมละลาย ปลอดภัย สลายหมด 100% ไม่มีสารตกค้าง เมื่อไหมละลาย หากอยากให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น สามารถร้อยไหมเข้าไปตามแนวเดิม จะทำให้ผิวจะยึดเกาะไหมได้ดีขึ้น และอยู่ได้นานขึ้น